อะไรเปลี่ยนไปในโลก CRM ปี 2025–2026
รวมการเปลี่ยนแปลงจาก 31 หัวข้อ จัดตามธีม แต่ละข้อบอกว่าอะไรเปลี่ยน ทีม CRM ควรทำอะไร และมีแหล่งอ้างอิงกำกับ
AI
- คนถาม AI ก่อนทักแบรนด์ Lead จากเว็บจึงลดลง
Google เปิด AI Mode ภาษาไทยเมื่อ 8 ต.ค. 2025 และข้อมูลสหรัฐฯ ของ Pew พบว่าคนคลิกผลค้นหาเพียง 8% เมื่อมีสรุป AI เทียบกับ 15% เมื่อไม่มี ผู้ซื้อ B2B 1 ใน 4 ใช้ AI มากกว่าการค้นหาแบบเดิมเมื่อหาซัพพลายเออร์ ทีม CRM ควรทำหน้า FAQ ราคา และเงื่อนไขให้ AI หยิบไปตอบได้ ใส่ปุ่มทัก LINE ทุกหน้า และเพิ่มตัวเลือก “รู้จักจาก AI” ในคำถามที่มา (รายละเอียดดูหัวข้อ AI Search & GEO)
- AI เข้ามาตอบแชทและใช้ข้อมูลแชทยิงโฆษณา
Meta เปิด Business AI บน Messenger ในไทยเมื่อ 11 มี.ค. 2026 ให้ AI ตอบและแนะนำสินค้าจากข้อมูลของร้าน และตั้งแต่ 16 ธ.ค. 2025 Meta ใช้บทสนทนากับ Meta AI ปรับโฆษณาและคอนเทนต์ โดยไม่มีปุ่มปิด (ยกเว้น EU, UK และเกาหลีใต้) ทีม CRM ควรให้ AI ตอบคำถามทั่วไปพร้อมกฎส่งต่อคน บันทึกแชทเข้า CRM และแจ้งลูกค้าให้ชัดว่ากำลังคุยกับ AI
- AI ตอบแชตต้อนรับลูกค้าใหม่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
Meta เปิด Business AI บน Messenger ในไทยเมื่อ 11 มี.ค. 2026 และ LINE มี Seller AI Automation ใน MyShop โดย LINE ระบุว่าแชตใหม่กว่า 90% ไม่ได้รับการตามต่อหลังตอบครั้งแรก ทีม CRM ควรให้ AI ตอบคำถามช่วงแรกจากข้อมูลที่อนุมัติ มีทางส่งต่อให้คน และวัดผลเป็น Activation ของลูกค้าที่คุยกับ AI ไม่ใช่จำนวนแชต
- CRM สร้าง Segment จากคำสั่งภาษาพูดได้แล้ว
HubSpot เปลี่ยน Lists เป็น Segments และให้ AI สร้างกลุ่มจากคำสั่งภาษาพูด และตอนนี้รวมเครื่องมือ AI ไว้ใน Agent Hub ส่วน Salesforce Data 360 มี Agent สร้าง dynamic segment แล้วส่งต่อไปทำแคมเปญ ทีม CRM ยังต้องเปิดดูเงื่อนไขที่ AI สร้าง เทียบขนาดกลุ่มกับข้อมูลจริง และเก็บนิยามไว้ในทะเบียน Segment
- AI search เพิ่มจุดที่ลูกค้าได้คำตอบโดยไม่เข้าเว็บ
Google เปิด AI Mode ภาษาไทยเมื่อ 8 ต.ค. 2025 และงานวิจัย Pew กับผู้ใช้สหรัฐ (มี.ค. 2025) พบว่าเมื่อมีสรุป AI คนคลิกผลค้นหาเพียง 8% เทียบกับ 15% เมื่อไม่มี ทีม CRM ควรใส่ AI search เป็น Step ในช่วงรู้จักและพิจารณา ถามลูกค้าว่ารู้จักเราจาก AI ไหม และตรวจคำตอบของ AI เรื่องแบรนด์ทุกเดือน
ที่มา: blog.google,pewresearch.org
- AI ตอบแชตบน Messenger มาถึงไทยแล้ว
Meta เปิด Business AI บน Messenger ในไทยเมื่อ 11 มี.ค. 2026 ให้ AI เรียนรู้จากโพสต์ แคตตาล็อก และเว็บไซต์ แล้วตอบลูกค้าได้ตลอด 24 ชม. งานวิจัยที่ Meta อ้าง (Kantar 2025) ระบุว่าผู้ใหญ่ไทย 81% ทักหาธุรกิจทุกสัปดาห์ ทีม CRM ต้องกำหนดขอบเขตงานของ AI กฎส่งต่อคน และวัดอัตราปิดเรื่องได้จริง
ที่มา: thestorythailand.com
- ครีเอทีฟจาก AI ต้องเปิดเผยและตรวจก่อนใช้
TikTok ให้ครีเอเตอร์ติดป้ายคอนเทนต์ AI ที่ดูสมจริง และติดป้ายอัตโนมัติจาก Content Credentials (C2PA) ส่วน MOU ของ สคบ. (10 ก.ย. 2026) ระบุคอนเทนต์ AI ไว้ในขอบเขตที่ต้องเปิดเผยเจตนาโฆษณา ทีมควรมีทะเบียนว่าชิ้นไหนทำด้วย AI ใครตรวจ และห้ามใช้ AI สร้างรีวิวหรือภาพก่อน-หลังปลอม
- AI เปลี่ยนจากช่วยเขียน เป็นช่วยตัดสินใจรายคน
Braze ซื้อ OfferFit มูลค่า US$325 ล้าน (มี.ค. 2025) เพื่อใช้ AI Agent ที่ทดลองและเรียนรู้เองว่าลูกค้าแต่ละคนควรได้อะไร และ HubSpot เปิด Breeze Agents กว่า 20 ตัว (ก.ย. 2025) ทีม CRM ควรเตรียมรายการข้อเสนอที่อนุมัติ เพดานส่วนลด และกลุ่ม Holdout ก่อนให้ AI ตัดสินใจแทน
ที่มา: martech.org,cmswire.com
- AI ตั้งราคาเฉพาะคนเริ่มถูกจับตา
FTC สหรัฐฯ เผยผลศึกษาเบื้องต้น (ม.ค. 2025) ว่าเครื่องมือบางตัวใช้ตำแหน่ง ประวัติการเข้าชม และพฤติกรรมบนหน้าเว็บมาตั้งราคาเฉพาะคน ส่วนร่างแนวปฏิบัติการตลาดของ สคส. (ก.ค. 2026) ขอให้เพิ่มความโปร่งใสเมื่อทำโปรไฟล์และใช้ AI ทำการตลาด ทีม CRM ควรให้ AI เลือกข้อเสนอภายใต้กติกาที่ชัด แต่คงราคาป้ายเดียว
ที่มา: mccarter.com,legal500.com
- AI ในแชตเริ่มทำหน้าที่เสนอขายเพิ่มแทนแอดมิน
Meta เปิด Business AI บน Messenger ในไทยเมื่อ 11 มี.ค. 2026 ให้ AI แนะนำและส่งลิงก์สินค้าได้ ส่วน LINE เพิ่ม Seller AI Automation ใน MyShop โดยระบุว่าแชตใหม่กว่า 90% ไม่เคยถูกติดตามต่อ (ข้อมูลจาก LINE) ทีม CRM ควรเขียนกติกาว่า AI เสนอขายได้เมื่อไร ห้ามเมื่อไร และวัดยอดที่ปิดได้จากแชตจริง
- AI ภายนอกเริ่มแนะนำสินค้าแทนหน้าค้นหา
Shopee เปิดให้ค้นหาสินค้าผ่าน ChatGPT ในไทยเมื่อ มิ.ย. 2026 (8 ตลาด) แต่ยังต้องไปซื้อจริงบน Shopee เกณฑ์ที่ AI ใช้เลือกสินค้ายังไม่เปิดเผย แต่ข้อมูลสินค้าที่ครบ เช่น ขนาด วิธีใช้ กลุ่มผู้ใช้ และรีวิว น่าจะมีผล ทีมควรเติมรายละเอียดสินค้าและสินค้าคู่กันให้ครบ เพื่อให้ทั้ง AI และลูกค้าเห็นโอกาสซื้อเพิ่ม
ที่มา: marketingoops.com
- AI ให้คะแนนความพอใจทุกแชท ไม่ต้องรอ Survey
ปี 2025 Intercom เปิด CX Score ที่ให้ AI อ่านแชทและอีเมลที่จบแล้วและให้คะแนน 1–5 ทุกบทสนทนา ข้อมูลของ Intercom เอง (ข้อมูลผู้ขาย) บอกว่า CSAT แบบ Survey ครอบคลุมแค่ราว 8% ของบทสนทนา ทีม CRM ควรใช้คะแนน AI เพื่อขยายความครอบคลุม แต่ต้องแยกจากคะแนนที่ลูกค้าให้เอง และสุ่มตรวจกับคนเสมอ
ที่มา: ideas.fin.ai,intercom.com
- AI อ่านรีวิวแทนลูกค้าก่อนตัดสินใจเลือกร้าน
มี.ค. 2026 Google เปิด Ask Maps ที่ใช้ Gemini ตอบคำถามเรื่องสถานที่ โดยดึงข้อมูลรวมถึงรีวิวจากผู้ใช้ Maps เริ่มที่สหรัฐฯ และอินเดีย และสื่อรายงานว่าขยายไปกว่า 150 ประเทศในเดือน ส.ค. 2026 (ยังไม่ยืนยันว่ารวมไทย) ร้านอาหาร คลินิก และหน้าร้านควรอ่านรีวิว Google Maps เป็นประจำ ตอบรีวิวลบ และแก้ปัญหาที่ถูกพูดซ้ำ เพราะ AI อาจสรุปจุดอ่อนนั้นให้ลูกค้าใหม่เห็นก่อน
ที่มา: gsmarena.com,eftm.com
- เครื่องมือเริ่มให้ AI คิด Health Score จากอีเมล แชท และการประชุม
Gainsight มีคะแนน AI 0–100 (Staircase AI) ที่อ่านอารมณ์จากอีเมล แชท และการประชุม รวมกับการมีส่วนร่วม เรื่องค้าง และเวลาตอบ และให้ข้อความล่าสุดมีน้ำหนักมากกว่า HubSpot ก็มีกลุ่มคะแนนสำเร็จรูป เช่น NPS และ Support Tickets ในหน้าตั้งค่า Health Score (อัปเดต มิ.ย. 2026) ทีม CRM ใช้ได้เพื่อประหยัดแรง แต่ต้องรู้ว่าคะแนนมาจากอะไร และ Backtest กับลูกค้าของเราก่อน
- AI agent เริ่มลงมือรักษาลูกค้าเอง ต้องมีรั้วกัน
เครื่องมือ CRM และ LINE เริ่มมี agent ที่แบ่งกลุ่มลูกค้าและตอบแชตเอง (เช่น Customer Data Agent ของ LINE ปี 2026) แต่ Gartner คาด (มิ.ย. 2025) ว่าโครงการ agentic AI มากกว่า 40% จะถูกยกเลิกภายในสิ้นปี 2027 ทีม CRM ควรเริ่มจากให้ agent แนะนำก่อน แล้วค่อยให้ส่งเองบางกลุ่ม โดยมีวงเงิน การเช็ก consent การอนุมัติโดยคน และ log ทุกครั้ง
- เครื่องมือพยากรณ์สำเร็จรูปใช้ง่ายขึ้น แต่หลายตัวยังเป็น Preview
ณ ก.ย. 2026 ฟังก์ชัน ai_forecast ของ Databricks มีเวอร์ชัน 2 (Beta) ที่ใช้ foundation model รองรับวันหยุดและตัวแปรร่วม เช่น แผนโปร ส่วนเวอร์ชัน 1 (Public Preview) กำลังจะเลิกใช้ Serverless forecasting ยังเป็น Public Preview และ AutoML ไม่ได้ติดตั้งมาใน Databricks Runtime 18.0 ML แล้ว ทีมควรระบุเวอร์ชันให้ชัด backtest เทียบตัวเทียบง่าย ๆ และมีแผนสำรองเมื่อฟีเจอร์ preview เปลี่ยน
ที่มา: learn.microsoft.com,learn.microsoft.com,learn.microsoft.com
- AI ในระบบขายช่วยตรวจดีล แต่ตัวเลขแม่นยำต้องพิสูจน์เอง
แบบสำรวจที่ Gong จ้างทำ (ม.ค. 2024) พบว่า 81% ของบริษัทพลาด forecast อย่างน้อยหนึ่งไตรมาส และ Gong อ้างว่าโมเดล AI ของตัวเองแม่นกว่าข้อมูล CRM อย่างเดียว 20% ซึ่งเป็นตัวเลขผู้ขาย ทีมควรใช้ AI ช่วยอ่านบันทึกดีลและเขียนสรุป แต่ให้โมเดลพยากรณ์ที่ backtest ได้เป็นตัวคำนวณ และวัดผลเทียบกับวิธีเดิมก่อนเปลี่ยน
ที่มา: gong.io
- AI agent เริ่มทำงานแบ่งกลุ่มและเลือกข้อเสนอในเครื่องมือที่ใช้อยู่
LINE ประกาศ Customer Data Agent สำหรับแบ่งกลุ่มลูกค้า และ Seller AI Automation ที่ตอบแชตแทนใน MyShop (ข้อมูลจาก LINE, ส.ค. 2026) Bond Loyalty Report 2025 พบว่า 69% ของลูกค้าเคยเจอ AI ของแบรนด์แล้ว ทีม CRM ควรให้ AI ช่วยแบ่งกลุ่มและเสนอข้อเสนอ แต่ต้องมีคนตรวจกติกา ต้นทุน และ consent ก่อนส่งจริง
- AI agent เริ่มดูแลการต่ออายุของลูกค้ารายเล็ก
HubSpot อ้างผลสำรวจ Gainsight ว่า 88% ของผู้ตอบใช้ AI agent กับงานต่ออายุ ส่วนใหญ่เพื่อดูแลลูกค้ากลุ่มหางยาวที่ไม่มีคนดูแลประจำ และ 39% ใช้ AI พยากรณ์ความเสี่ยงแล้ว ทีม CRM ควรให้ agent เตือนและตอบคำถาม แต่กำหนดให้ส่งต่อคนทันทีเมื่อลูกค้าขอยกเลิก ขอคืนเงิน หรือร้องเรียน
ที่มา: blog.hubspot.com
- AI agent รับเคสบริการมากขึ้น และเริ่มคิดเงินตามเคสที่แก้จบ
ทีมบริการประเมินว่า AI จัดการเคสราว 30% และคาดเป็น 50% ในปี 2027 (Salesforce, พ.ย. 2025) Zendesk เปิดตัว AI agent ที่คิดเงินเฉพาะเคสที่แก้จบและผ่านการตรวจยืนยัน (พ.ค. 2026) ทีม CRM ควรวัด AI ด้วยเคสที่แก้จบจริงและลูกค้าไม่กลับมาซ้ำ ไม่ใช่จำนวนแชตที่บอตรับไป และต้องมีเส้นทางส่งต่อคนพร้อมประวัติ
ที่มา: salesforce.com,zendesk.com
- ถามข้อมูลลูกค้าเป็นภาษาธรรมดาได้แล้ว แต่ต้องมีนิยามกลาง
Databricks แบ่ง Genie เป็น Genie One สำหรับคนทำงาน Genie Agents ที่ทีมข้อมูลตั้งค่า และ Genie Code สำหรับนักพัฒนา ส่วน Apache Superset 6.1 (มิ.ย. 2026) เพิ่ม MCP ให้ผู้ช่วย AI สร้างชาร์ตได้ ทีมควรเขียนนิยามเมตริกไว้ใน metric view และมีชุดคำถามทดสอบก่อนเปิดให้ทุกคนใช้
- ใช้ AI วิเคราะห์แชตและรีวิวได้ด้วย SQL
AI Functions บน Azure Databricks (อัปเดต ต.ค. 2026) มี ai_classify, ai_extract, ai_analyze_sentiment, ai_mask และ ai_top_drivers (Beta) ฟังก์ชันที่เรียกโมเดลภาษาคิดค่าใช้จ่ายแยกจาก compute ทีม CRM จึงแปลงแชต LINE หรือรีวิว Shopee เป็นตารางวิเคราะห์ได้ แต่ควร mask ข้อมูลส่วนตัวก่อนและติดตามค่าใช้จ่าย
ที่มา: learn.microsoft.com
- ผู้ขาย CRM เร่งซื้อชั้นข้อมูล เพราะ AI agent ต้องใช้ข้อมูลสะอาด
Salesforce ซื้อ Informatica สำเร็จเมื่อ 18 พ.ย. 2025 เพื่อเสริม Data 360 และ Agentforce ส่วน HubSpot มี Data Hub ที่ใช้ AI ช่วยล้างและจัดรูปแบบข้อมูล ทีม CRM ควรวัดคุณภาพข้อมูลที่ agent จะอ่านก่อนเปิดใช้ ไม่ใช่หลังจาก agent ตอบผิด
ที่มา: salesforce.com,hubspot.com
- Automation ขยับจากกฎตายตัวเป็น AI agent ที่ลงมือเอง
Meta เปิด Business AI บน Messenger ในไทยเมื่อ 11 มี.ค. 2026 LINE กำลังเพิ่ม AI ตอบแชตใน MyShop และ Zendesk (พ.ค. 2026) คิดเงินเฉพาะเคสที่ AI แก้สำเร็จ ทีม CRM ควรกำหนดขอบเขตงานของ agent ทางส่งต่อให้คน และวัดผลด้วยเคสที่แก้ได้จริง
- โครงการ agentic AI จำนวนมากจะไม่รอด ถ้าไม่มีกรอบ
Gartner (มิ.ย. 2025) คาดว่ากว่า 40% ของโครงการ agentic AI จะถูกยกเลิกภายในสิ้นปี 2027 เพราะต้นทุนสูง คุณค่าไม่ชัด และคุมความเสี่ยงไม่พอ ควรเริ่มจากงานแคบที่วัดผลได้ มีการกระทำที่ต้องให้คนอนุมัติ และเก็บ log ทุกครั้ง
ที่มา: outlookbusiness.com
- ผู้ขาย CRM เปลี่ยนมาคิดเงิน AI ตามผลลัพธ์
Zendesk คิดเงินเฉพาะเคสที่ AI แก้จบเองมาตั้งแต่ ส.ค. 2024 และตั้งแต่ พ.ค. 2026 ต้องให้โมเดลอีกตัวยืนยันก่อนนับ HubSpot Customer Agent คิด US$0.50 ต่อเคสที่แก้สำเร็จ ส่วน Agentforce เลือกได้ทั้ง Flex Credits ต่อ action หรือ US$2 ต่อบทสนทนา ทีม CRM ต้องวัดต้นทุนต่อเคสที่แก้จบจริง และตกลงนิยามคำว่า “แก้สำเร็จ” ในสัญญา
- ชื่อผลิตภัณฑ์ AI เปลี่ยนเร็ว: HubSpot ย้ายไป Agent Hub
เดือน ก.ค. 2026 HubSpot เปิด Agent Hub (เบต้าสาธารณะ สำหรับรุ่น Professional และ Enterprise) แทน Breeze Studio และ Agent ที่เคยใช้ฟรีช่วงเบต้าเริ่มกินเครดิต ส่วน Salesforce เปลี่ยนนิยามตัวเลข Agentforce ARR ให้รวม Slackbot ตั้งแต่ไตรมาส Q2 FY27 อย่ายึดชื่อหรือตัวเลขการตลาด ให้ตรวจความสามารถจริงและราคาล่าสุดทุกครั้งก่อนต่อสัญญา
ที่มา: martech.org,salesforce.com
- ลูกค้าไทยเริ่มค้นและเลือกสินค้าผ่าน AI
Google AI Mode ใช้ภาษาไทยได้ตั้งแต่ 8 ต.ค. 2025 และไทยเป็นหนึ่งใน 8 ตลาดแรกที่ใช้ Shopee ใน ChatGPT ได้ (มิ.ย. 2026) โดยยังต้องไปจ่ายเงินบน Shopee ข้อมูลสหรัฐฯ ของ Pew พบว่าคนคลิกผลค้นหาน้อยลงเมื่อมีสรุป AI ทีม CRM ควรทำข้อมูลสินค้าและ FAQ ให้ครบและตรงกันทุกช่องทาง และชวนผู้ซื้อเข้าช่องทางของแบรนด์
- AI Search ทำให้คลิกเข้าเว็บลดลง ต้องเพิ่ม KPI ใหม่
Google เปิด AI Mode ภาษาไทยเมื่อ 8 ต.ค. 2025 ข้อมูลสหรัฐฯ ของ Pew (มี.ค. 2025) พบว่าเมื่อมีสรุป AI คนคลิกผลค้นหาปกติ 8% ของการเข้าชม เทียบกับ 15% เมื่อไม่มีสรุป ทีมควรเพิ่ม KPI เช่น Impression เทียบคลิก ทราฟฟิกจาก AI และการค้นหาชื่อแบรนด์ แทนการดูจำนวนคลิกอย่างเดียว
ที่มา: blog.google,pewresearch.org
- ถาม Dashboard ด้วยภาษาคนได้แล้ว แต่ต้องมีนิยามกลาง
Looker มีเอเจนต์ Conversational Analytics ที่ใช้งานทั่วไปแล้ว และเพิ่ม Dashboard Agents ในรุ่นทดลอง (เม.ย. 2026) ส่วน Looker Studio เปลี่ยนชื่อกลับเป็น Data Studio Google เองยังเตือนให้ตรวจคำตอบจาก Gemini ทุกครั้ง ทีมควรทำ Metric Dictionary และ Semantic Layer ให้เสร็จก่อนเปิดให้ทุกคนถาม AI
- มีร่างแนวทางเรื่อง AI กับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว
วันที่ 17 ก.พ. 2026 สคส. เผยแพร่ร่างแนวทางคุ้มครองข้อมูลในการพัฒนาและใช้ AI ระบุว่าผู้ให้บริการที่นำข้อมูลลูกค้าไปฝึกโมเดลเองอาจกลายเป็นผู้ควบคุมข้อมูล และให้ทำ DPIA กับงาน AI เสี่ยงสูง ส่วน ETDA เปิดรับฟังความเห็นร่างกฎหมาย AI แบบกำกับตามความเสี่ยงถึง 14 ส.ค. 2026 ทีม CRM ควรใส่ข้อห้ามฝึกโมเดลในสัญญา และทำ DPIA ก่อนใช้ AI กับข้อมูลลูกค้า
- องค์กรไทยเริ่มให้ AI agent เป็นส่วนหนึ่งของทีม
Work Trend Index 2025 ของ Microsoft (ไทย) พบว่าผู้บริหารไทยราว 68% บอกว่าองค์กรเริ่มใช้ AI agent ทำบางกระบวนการอัตโนมัติแล้ว สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก 46% และกว่า 90% วางแผนนำ agent มาทำงานคู่พนักงานใน 12–18 เดือน ทีม CRM ควรกำหนดเจ้าของ agent ขอบเขตงาน และจุดที่คนต้องตรวจ แทนการปล่อยให้แต่ละทีมเปิดใช้เอง
ที่มา: news.microsoft.com
- ปัจจัยองค์กรสำคัญกว่าทักษะรายคน เมื่อทำงานกับ AI
Work Trend Index 2026 (พ.ค. 2026, สำรวจผู้ใช้ AI 20,000 คนใน 10 ประเทศ ไม่รวมไทย) พบว่าวัฒนธรรม การสนับสนุนของหัวหน้า และระบบบุคลากร มีผลมากกว่าปัจจัยรายคนเกิน 2 เท่า และมีเพียง 13% ที่รู้สึกว่าได้รางวัลเมื่อปรับวิธีทำงานด้วย AI หัวหน้าทีม CRM จึงควรให้เวลาทดลองและให้เครดิตกับการปรับกระบวนการ ไม่ใช่แค่ส่งคนไปอบรม
ที่มา: microsoft.com
- งานบริการวัดผลจากเรื่องที่แก้ได้จริง ไม่ใช่จำนวนแชท
Zendesk เปิด Autonomous Service Workforce เมื่อ 19 พ.ค. 2026 และคิดเงินเฉพาะเรื่องที่ AI แก้ได้ครบและผ่านการตรวจจากโมเดลประเมินอีกตัว ส่วน HubSpot เปิดตัว Breeze Agents เช่น Customer Agent และ Prospecting Agent ตั้งแต่ ก.ย. 2025 ทีมขายและบริการควรตกลง KPI ร่วมว่า AI ปิดเรื่องได้จริงกี่เรื่อง และส่งต่อให้คนกี่เรื่อง
ที่มา: zendesk.com,cmswire.com
- AI ขายของในแชทเปิดใช้ในไทยแล้ว
Meta เปิด Business AI บน Messenger ในไทยเมื่อ 11 มี.ค. 2026 ซึ่งเรียนรู้จากโพสต์ แคตตาล็อก และเว็บของร้าน ส่วน LINE เปิดตัว Seller AI Automation และ Customer Data Agent ใน MyShop (ข้อมูลจากผู้ให้บริการ) ทีม CRM ควรกำหนดขอบเขตงานของ AI กฎส่งต่อคน และวัดเคสที่ AI ปิดได้จริง ไม่ใช่แค่จำนวนแชทที่ AI รับ
- AI Search ทำให้คนคลิกเข้าเว็บแบรนด์น้อยลง
งานวิจัย Pew (ข้อมูลสหรัฐฯ มี.ค. 2025) พบว่าเมื่อมีสรุป AI คนคลิกผลค้นหาปกติ 8% เทียบกับ 15% เมื่อไม่มีสรุป และคลิกลิงก์ในสรุปเพียงราว 1% ยังไม่มีงานวิจัยแบบเดียวกันในไทย ส่วนรายงาน e-Conomy SEA 2025 พบว่าคนไทย 47% กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวกับ AI ที่ทำงานแทน แต่ทิศทางชัดว่าเว็บไซต์จะเก็บข้อมูลผู้เข้าชมได้น้อยลง ทีมควรใช้ทุกครั้งที่ลูกค้าเข้ามาเพื่อชวนสมัครสมาชิกหรือเพิ่มเพื่อน LINE OA
- คอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ใช้ AI ต้องติดป้าย
TikTok ให้ครีเอเตอร์ติดป้ายคอนเทนต์ AI ที่ดูเหมือนจริง และตั้งแต่ พ.ค. 2024 ใช้ Content Credentials (C2PA) ติดป้ายให้อัตโนมัติ MOU ของ สคบ. ปี 2026 ก็ครอบคลุมคอนเทนต์ AI ทีมควรมีนโยบายว่าใช้ AI ส่วนไหนได้ ต้องติดป้ายเมื่อไร และห้ามสร้างรีวิวจากผู้ใช้ปลอม
- Google AI Mode ใช้ภาษาไทยได้แล้ว
AI Overviews เปิดในไทยตั้งแต่ 29 ต.ค. 2024 และ AI Mode ใช้ภาษาไทยได้ตั้งแต่ 8 ต.ค. 2025 Google บอกว่าคนถามใน AI Mode ยาวกว่าการค้นหาเดิมเกือบ 3 เท่า ทีมควรเลิกคิดแค่คีย์เวิร์ดสั้น ๆ แล้วเตรียมหน้าเว็บที่ตอบคำถามยาวและคำถามย่อยของลูกค้าได้ชัด
ที่มา: blog.google,blognone.com
- สรุปจาก AI ทำให้คนคลิกเข้าเว็บน้อยลง
ข้อมูลสหรัฐฯ ปี 2025 จาก Pew พบว่าเมื่อมีสรุป AI คนคลิกผลค้นหาปกติ 8% เทียบ 15% เมื่อไม่มี และ Ahrefs (ผู้ขายเครื่องมือ) พบ CTR อันดับ 1 ต่ำลงราว 34.5% ยังไม่มีข้อมูลไทยแบบเดียวกัน ทีม CRM ควรเตรียมรับลูกค้าใหม่ที่เข้าเว็บน้อยลง และทำให้ทุกการเข้าชมมีทางไปสู่ LINE OA หรือสมาชิก
ที่มา: pewresearch.org,ahrefs.com
- AI ซื้อของแทนยังไม่ใช่เรื่องหลักในไทย
OpenAI ลดบทบาท Instant Checkout ใน ChatGPT เมื่อ มี.ค. 2026 หลัง Walmart พบ Conversion ในแชตต่ำกว่าการคลิกออก 3 เท่า ส่วน Universal Commerce Protocol ของ Google (ม.ค. 2026) เริ่มกับร้านในสหรัฐฯ และ Perplexity เปิดซื้อผ่าน AI ฟรีเฉพาะผู้ใช้สหรัฐฯ (พ.ย. 2025) ทีมควรลงทุนที่ข้อมูลสินค้าที่ใช้ได้ทุกระบบ และติดตามข่าวรายไตรมาส ยังไม่ต้องสร้างระบบให้ AI สั่งซื้อ
- ลูกค้าเริ่มหาสินค้า Shopee ผ่าน ChatGPT
มิ.ย. 2026 ไทยเป็น 1 ใน 8 ตลาดที่เปิดแอป Shopee ใน ChatGPT ลูกค้าค้นหาและเลือกสินค้าในแชท แล้วไปจ่ายเงินบน Shopee ร้านควรทำข้อมูลสินค้าให้ครบและชัด และนำคำถามจากแชทลูกค้ามาเติมในหน้าสินค้า
ที่มา: marketingoops.com
- โฆษณาไลฟ์บน TikTok Shop ให้ AI คุม
ตั้งแต่ ก.ค. 2025 GMV Max เป็นแบบเดียวของ TikTok Shop Ads แคมเปญไลฟ์ที่ผูกกับร้านแบบเดิมสร้างใหม่ไม่ได้ ทีมจึงควบคุมกลุ่มเป้าหมายได้น้อยลง และต้องดูแลสิ่งที่ยังคุมได้ เช่น ข้อเสนอ สคริปต์ และข้อมูลสินค้า แล้ววัดผลด้วยกำไรและผู้ซื้อใหม่
ที่มา: ads.tiktok.com
- AI Live และ AI ตอบแชทเริ่มใช้จริงในไทย
workshop ของ AnyMind (มิ.ย. 2026) เล่าว่า AI Live ไลฟ์ได้ 12–13 ชั่วโมง ตอบคำถามและเปิด Flash Sale เองได้ และ Meta เปิด Business AI บน Messenger ในไทยเมื่อ 11 มี.ค. 2026 ให้ตอบลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง บล็อกผู้ให้บริการเครื่องมือรายหนึ่งสรุปว่า TikTok Shop ใน SEA ให้ใช้อวตาร AI ได้ถ้ามีป้ายบอกชัด แต่ห้ามเปิดวิดีโอวนซ้ำ ควรใช้ AI ช่วงคนดูน้อย แจ้งคนดูว่าเป็น AI และให้คนรับเรื่องยาก
Marketplace
- ลูกค้าคนแรกมักมาจากมาร์เก็ตเพลสที่ไม่ให้ชื่อและเบอร์
Shopee ปิดชื่อและเบอร์ผู้ซื้อในคำสั่งซื้อ แบรนด์จึงต้อนรับผู้ซื้อใหม่โดยตรงไม่ได้ ทางที่ทำได้คือใช้ Brand Membership ในแพลตฟอร์ม (Shopee Mall มีระดับสมาชิก แต้ม และของต้อนรับ) คู่กับ QR ในกล่องที่พาเข้า LINE OA เพื่อรับประกันหรือรับสิทธิ์ แล้วขอ consent การตลาดแยกช่อง และวัดว่าผู้ซื้อใหม่กี่ % กลายเป็นสมาชิกของแบรนด์
ที่มา: shopee-channel.helpscoutdocs.com,marketing-interactive.com
- ยอดขายบนมาร์เก็ตเพลสโต แต่แบรนด์แบ่งกลุ่มรายคนไม่ได้
Shopee ปิดชื่อและเบอร์ผู้ซื้อในคำสั่งซื้อ ข้อมูลส่วนใหญ่จึงใช้ได้ระดับออเดอร์ ส่วน Brand Membership ของ Shopee Mall แบ่งสมาชิกตามพฤติกรรมได้ แต่ข้อมูลอยู่ในแพลตฟอร์ม ทีม CRM ควรวัดสัดส่วนยอดขายที่รู้ตัวตน เก็บช่องทางที่มาและสินค้าแรกเป็นมิติของ Segment และพาผู้ซื้อเข้าสมาชิกของแบรนด์อย่างถูก PDPA
ที่มา: shopee-channel.helpscoutdocs.com,marketing-interactive.com
- ลูกค้าหาสินค้าในแชต AI แล้วไปจ่ายบนมาร์เก็ตเพลส
Shopee เปิดแอปใน ChatGPT ในไทยเมื่อ มิ.ย. 2026 (8 ตลาด) ลูกค้าเล่าความต้องการในแชต ได้สินค้าแนะนำ แล้วไปสั่งและจ่ายบน Shopee เส้นทางจึงเริ่มในแชต AI และจบบนมาร์เก็ตเพลสที่ไม่ให้ชื่อและเบอร์ผู้ซื้อ ทีม CRM ควรทำข้อมูลสินค้าในร้านให้ครบ และวางสะพานหลังการซื้อเพื่อพาลูกค้าเข้า LINE OA
- แบรนด์ใช้ LINE OA ดึงลูกค้ามาเป็นของตัวเอง
Lotus's ใช้ LINE Login, LIFF และ Coupon API ส่งคูปองเฉพาะคน มีผู้ร่วมกว่า 60,000 คน และใช้คูปอง 25% ส่วน Shopee เองก็ใช้ LINE OA ดึงคนกลับเข้าแอป แบรนด์ที่ขายบนมาร์เก็ตเพลสควรใช้ QR ในกล่อง การลงทะเบียนรับประกัน หรือสมาชิกผ่าน LINE OA เพื่อให้มีช่องทางคุยกับลูกค้าเอง
ที่มา: marketingoops.com
- ค่าธรรมเนียมมาร์เก็ตเพลสขึ้น Mega Sale ต้องคิดกำไรใหม่
Shopee ปรับค่าธรรมเนียมการขายเป็นรอบที่ 3 ของปี 2026 (มีผล 4 ส.ค. 2026) สูงสุด 19.26% สำหรับร้าน Mall ขณะที่ผู้ซื้อหันไปซื้อร้าน Mall มากขึ้น และ LazMall รายงานยอด 12.12 โต 51% (ข้อมูล Lazada x Cube) ทีม CRM ต้องคำนวณกำไรหลังค่าธรรมเนียมก่อนตั้งส่วนลด และวางแผนหลังวันขายเพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ
- ค่าธรรมเนียมมาร์เก็ตเพลสขึ้นหลายรอบ ส่วนลดเดิมต้องคิดใหม่
Shopee ขึ้นค่าธรรมเนียมการขายรอบที่ 3 ของปีเมื่อ 4 ส.ค. 2026 สูงสุด 19.26% สำหรับร้าน Mall ส่วน TikTok Shop ขึ้นค่าคอมมิชชันและ Growth Fee เมื่อ 6 พ.ค. 2026 และ Lazada ปรับเมื่อ 1 ส.ค. 2026 ยิ่งค่าธรรมเนียมสูง ส่วนลดเท่าเดิมยิ่งต้องขายเพิ่มมากขึ้นจึงคุ้ม ทีม CRM ควรคำนวณยอดคุ้มทุนใหม่ทุก SKU และย้ายส่วนลดเจาะกลุ่มไปช่องทางที่แบรนด์คุมเอง
- คูปองยังเป็นตัวเร่งอันดับหนึ่ง แต่คนเริ่มเลือกร้าน Mall
Digital 2026 ระบุว่าคูปองและส่วนลด (55.7%) เป็นเหตุผลอันดับหนึ่งที่คนไทยซื้อออนไลน์ ขณะเดียวกันรายงาน Lazada กับ Cube (ก.พ. 2026) พบสัดส่วนการใช้จ่ายในร้าน Mall เพิ่มจาก 12% เป็น 30% และผู้ซื้อให้น้ำหนักคุณภาพมากกว่าราคา แบรนด์จึงควรใช้คูปองแบบเจาะกลุ่ม และแข่งด้วยความน่าเชื่อถือ แทนการลดลึกทุกแคมเปญ
- ขายเพิ่มในแพลตฟอร์ม แล้วพาลูกค้ามาช่องทางของแบรนด์
มาร์เก็ตเพลสปิดชื่อและเบอร์ผู้ซื้อ แบรนด์จึงขายเพิ่มได้หลัก ๆ ผ่าน Bundle Deal และ Add-on Deal ในแพลตฟอร์ม ส่วนการขายเพิ่มระยะยาวต้องพาผู้ซื้อเข้า LINE OA ด้วย QR ในกล่องหรือการลงทะเบียนรับประกัน ตัวอย่าง Lotus's ใช้คูปองเฉพาะคนผ่าน LINE มีผู้ร่วม 60,000+ คน และใช้คูปอง 25% (เม.ย. 2026)
- ดาวร้านและรีวิวบนมาร์เก็ตเพลสกลายเป็น KPI ที่กระทบยอดขาย
Shopee ระบุว่าคะแนนสินค้าหรือร้านเป็นปัจจัยหนึ่งในการจัดลำดับการแสดงผล และร้านแนะนำดีเยี่ยมต้องได้ 4.8 ดาวขึ้นไปกับอัตราตอบแชทเกิน 85% ส่วน TikTok Shop สหรัฐฯ (มิ.ย. 2026) ใช้อัตรารีวิว 1–2 ดาวและแชทที่ได้ 1–2 ดาวคิดคะแนนร้าน ซึ่งกำหนดสิทธิ์ Affiliate และการมองเห็น ทีม CRM ควรติดตามดาวร้านรายสัปดาห์และตอบรีวิวลบภายในวัน
- ผู้ซื้อบนมาร์เก็ตเพลสคิดคะแนนรายคนไม่ได้ ต้องชวนเป็นสมาชิกก่อน
Shopee ปิดชื่อและเบอร์ผู้ซื้อในคำสั่งซื้อและ Open API แบรนด์จึงคิด Health Score รายคนจากออเดอร์บนแพลตฟอร์มไม่ได้ ตัวอย่างทางออกคือ Lotus's ที่ใช้ LINE Login ดึงประวัติซื้อของสมาชิกมาทำแคมเปญ มีผู้ร่วมกว่า 60,000 คน และใช้คูปอง 25% ทีม CRM ควรวัด “สัดส่วนลูกค้าที่คิดคะแนนได้” และใช้คะแนนระดับร้านกับผู้ซื้อที่ยังระบุตัวไม่ได้
- ลูกค้าย้ายไปซื้อบนมาร์เก็ตเพลส แบรนด์มองไม่เห็นว่าใครหาย
Shopee ปิดชื่อและเบอร์โทรผู้ซื้อทั้งในคำสั่งซื้อและ Open API เหลือแค่ที่อยู่จัดส่ง ขณะที่ค่าธรรมเนียมผู้ขายขึ้นหลายรอบในปี 2026 (Shopee สูงสุด 19.26% สำหรับ Mall) ทีม CRM จึงควรวัด churn สองชั้น คือระดับร้านบนแพลตฟอร์ม กับระดับรายคนเฉพาะลูกค้าที่ชวนเข้า LINE OA หรือสมาชิกได้ แล้วตั้ง KPI สัดส่วนลูกค้าที่ติดต่อได้
ที่มา: shopee-channel.helpscoutdocs.com,brandinside.asia,marketingoops.com
- ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มขึ้นหลายรอบ ต้องพยากรณ์ยอดสุทธิ
ปี 2026 Shopee ขึ้นค่าธรรมเนียมผู้ขายเป็นรอบที่สาม (4 ส.ค. 2026) สูงสุด 19.26% สำหรับ Mall Lazada ปรับค่าบริการตั้งแต่ 1 ส.ค. 2026 และ TikTok Shop ขึ้นค่าคอมมิชชันสูงสุด 9.63% (6 พ.ค. 2026) ยอดขายเท่าเดิมจึงเหลือเงินน้อยลง ควรพยากรณ์ยอดสุทธิหลังค่าธรรมเนียมคู่กับยอดขาย และเก็บอัตราค่าธรรมเนียมเป็นตารางตามช่วงเวลา
- มาร์เก็ตเพลสมีสมาชิกของตัวเอง ข้อมูลยังอยู่ในแพลตฟอร์ม
ShopeeVIP เป็นสมาชิกแบบเสียเงินที่ต่ออายุอัตโนมัติและให้คูปองส่งฟรีทุกเดือน (เงื่อนไขแก้ล่าสุด 1 พ.ค. 2026) ส่วน Lazada เปิดระดับสมาชิก Classic ถึง Diamond เมื่อ ธ.ค. 2025 แบรนด์ใช้ Brand Membership ในร้าน Mall ได้ แต่ข้อมูลสมาชิกยังอยู่ในแพลตฟอร์ม ทีม CRM ควรทำ 2 ชั้น คือสิทธิ์ในแพลตฟอร์ม และทางพาผู้ซื้อมาเป็นสมาชิก LINE OA อย่างถูก PDPA
ที่มา: help.shopee.co.th,marketing-interactive.com,marketing-interactive.com
- สมาชิกเสียเงินบนมาร์เก็ตเพลสตั้งมาตรฐานการต่ออายุให้ลูกค้าไทย
ShopeeVIP (เงื่อนไขแก้ล่าสุด 1 พ.ค. 2026) ต่ออายุอัตโนมัติ ตัดเงิน 1 วันก่อนวันต่อ ลองตัดจากวิธีจ่ายสำรอง และลองซ้ำได้ถึง 30 วันก่อนยกเลิก ลูกค้าต้องยกเลิกอย่างน้อย 1 วันก่อนวันต่ออายุ ลูกค้าไทยจึงคุ้นกับการต่ออัตโนมัติที่ยกเลิกเองได้ในแอป แบรนด์ควรเขียนเงื่อนไขให้ชัดระดับเดียวกัน และมีปุ่มยกเลิกหรือพักในแอปหรือ LINE OA
ที่มา: help.shopee.co.th
- เรื่องร้องเรียนซื้อขายออนไลน์ยังมากที่สุด
ศูนย์ 1212 ของ ETDA รับเรื่องปี 2025 รวม 39,112 เรื่อง เพิ่มจากปีก่อน 10.6% และซื้อขายออนไลน์เป็นอันดับ 1 สามปีซ้อน (14,238 เรื่อง) เช่น ไม่ได้รับของหรือของไม่ตรงปก ส่วนสภาผู้บริโภครับเรื่อง 11,162 เรื่องใน 6 เดือน (ต.ค. 2025–มี.ค. 2026) ร้านบนมาร์เก็ตเพลสควรทำนโยบายคืนเงินให้ชัด ตอบแชตร้านเร็ว และบันทึกเลขออเดอร์ของทุกเรื่องไว้ในระบบเคส
- ยอดขายโตบนมาร์เก็ตเพลส แต่ข้อมูลลูกค้าไม่ได้ตามมา
Momentum Works ประเมินว่ายอดขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทยปี 2025 โตราว 51.8% เร็วที่สุดในภูมิภาค แต่ Shopee ปิดชื่อและเบอร์ผู้ซื้อ ทีม CRM ควรวิเคราะห์ระดับคำสั่งซื้อแยกตามช่องทางและไลฟ์ และสร้างสะพานให้ผู้ซื้อสมัครสมาชิกเองผ่าน QR หรือ LINE OA
ที่มา: vir.com.vn,shopee-channel.helpscoutdocs.com,marketingoops.com
- ข้อมูลผู้ซื้อมาร์เก็ตเพลสถูกปิด อย่าเดาตัวตน
Shopee ปิดชื่อและเบอร์ผู้ซื้อในคำสั่งซื้อและ Open API เหลือแค่ที่อยู่ส่งของ การเดาจับคู่จากที่อยู่เสี่ยงรวมผิดคนและขัด PDPA ทีมควรเก็บเลขคำสั่งซื้อเป็นข้อมูลประกอบ และให้ลูกค้าเชื่อมบัญชีเองผ่าน QR หรือ LINE OA
- มาร์เก็ตเพลสเข้มเรื่องพาลูกค้าออกนอกแพลตฟอร์ม
TikTok Shop ห้ามชวนลูกค้าไปซื้อหรือติดต่อทาง LINE, Facebook หรือเว็บ ทั้งในคลิป ไลฟ์ แชท และหน้าสินค้า แม้พูดอ้อม ๆ ก็เสี่ยง (สรุปโดย Marketing Oops ส.ค. 2026) ส่วน TikTok Shop และ Shopee ไม่นับข้อความอัตโนมัติเป็นการตอบแชท ทีมควรปิดการขายในแพลตฟอร์มให้จบ และให้คนตอบแชทในแพลตฟอร์มให้ทันเกณฑ์
ที่มา: marketingoops.com,duoke.com
- TikTok Shop ห้ามพาผู้ซื้อออกนอกแพลตฟอร์ม
สรุปนโยบายจาก TikTok Shop Academy (ส.ค. 2026) ระบุว่าการใส่เบอร์โทร QR ไปช่องทางอื่น หรือชวนไปซื้อใน LINE เข้าข่ายผิด แม้ไม่มีลิงก์ก็ตาม แบรนด์จึงไม่ควรสั่งให้ครีเอเตอร์ดึงผู้ซื้อจากไลฟ์หรือคลิปไป LINE OA ตรง ๆ ให้ใช้ติดตามร้านและ Membership ในแพลตฟอร์ม และทำแคมเปญแยกสำหรับช่องทางของแบรนด์
ที่มา: marketingoops.com
- Shopee เปิดแอปใน ChatGPT ที่ไทย
มิ.ย. 2026 ไทยเป็นหนึ่งใน 8 ตลาดแรกที่ใช้แอป Shopee ใน ChatGPT ได้ ผู้ใช้หาสินค้าผ่านแชต แล้วไปจ่ายเงินบน Shopee เกณฑ์จัดอันดับสินค้ายังไม่เปิดเผย ร้านค้าควรทำรายละเอียดสินค้า ราคา สต็อก และรีวิวให้ครบและถูกต้องก่อน
ที่มา: marketingoops.com
- ค่าธรรมเนียมทั้ง 3 แพลตฟอร์มขึ้นในปี 2026
TikTok Shop ขึ้นค่าคอมและค่า Growth Support เมื่อ 6 พ.ค. 2026 Lazada ปรับเมื่อ 1 ส.ค. และ Shopee ขึ้นเป็นรอบที่ 3 ของปีเมื่อ 4 ส.ค. สูงสุด 19.26% สำหรับร้าน Mall ทีม CRM ต้องคำนวณกำไรต่อออเดอร์ใหม่ และให้ส่วนลดเฉพาะกลุ่มที่มีโอกาสซื้อซ้ำแทนการลดทุกคน
- TikTok Shop แย่งส่วนแบ่ง ขณะที่ Lazada หดตัว
Cube ประเมินว่าปี 2025 ใน 6 ประเทศ SEA TikTok Shop มีส่วนแบ่ง 31% (จาก 23%) และ Lazada เหลือ 9% (จาก 16%) ส่วนตลาดไทยโต 51.8% ตามการประเมินของ Momentum Works ร้านควรวัดผลและผู้ซื้อซ้ำแยกทีละแพลตฟอร์ม และไม่ฝากฐานลูกค้าไว้ที่แพลตฟอร์มเดียว
ที่มา: cube.asia,rainmaker.in.th
- แพลตฟอร์มย้ำกติกาห้ามพาลูกค้าออกนอกแพลตฟอร์ม
ส.ค. 2026 มีการสรุปนโยบาย Redirecting Traffic ของ TikTok Shop ที่นับรวมการบอกให้แอด LINE และ QR ไปช่องทางอื่น แม้จะพูดอ้อม ๆ ในไลฟ์ ส่วน Shopee แก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวเมื่อ 28 ส.ค. 2026 และยังห้ามใช้ข้อมูลผู้ซื้อติดต่อนอกแพลตฟอร์ม ทีมควรตรวจใบปลิว แชท และสคริปต์ไลฟ์ใหม่ และเน้นข้อเสนอบริการหลังขายแทน
Live Commerce
- ผู้ซื้อจากไลฟ์ผูกกับครีเอเตอร์ แบรนด์ต้องต้อนรับเอง
TikTok Shop รายงานว่าปี 2024 ยอดขายในไทยราว 70% มาจากครีเอเตอร์ และยอดขายช่วงชั่วโมงแรกของ 12.12 ผ่านไลฟ์สูงกว่าปกติ 3.8 เท่า (ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม) ผู้ซื้อกลุ่มนี้มักภักดีต่อครีเอเตอร์มากกว่าแบรนด์ ทีม CRM ควรส่งข้อความขอบคุณภายใน 24–48 ชั่วโมงหลังไลฟ์ ใส่ QR สอนใช้ในกล่อง และวัดจำนวนสมาชิกใหม่ต่อไลฟ์แต่ละรอบ
ที่มา: bangkokbiznews.com
- คลิปสั้นและไลฟ์กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการซื้อ
e-Conomy SEA 2025 ประเมินว่าวิดีโอคอมเมิร์ซคิดเป็นราว 25% ของ GMV อีคอมเมิร์ซอาเซียน และตั้งแต่ 23 ต.ค. 2025 ผู้ขายในไทยปักสินค้า Shopee ระหว่าง Facebook Live ได้ (รุ่นทดลอง) ทีม CRM ควรเพิ่มคลิปและไลฟ์ในแผนที่ ใช้รหัสแคมเปญแยกตามครีเอเตอร์และรอบไลฟ์ และวัดว่าไลฟ์แต่ละรอบพาลูกค้าเข้าช่องทางของแบรนด์ได้กี่คน
ที่มา: bain.com,fintechnews.sg
- ไลฟ์และครีเอเตอร์เป็นแกนของแคมเปญ งบย้ายไป Micro/Nano
TikTok Shop รายงานว่ายอดไลฟ์ชั่วโมงแรกของ 12.12 สูงราว 3.8 เท่าของวันปกติ และ GMV กว่า 70% มาจากครีเอเตอร์ (ผลปี 2024, ข้อมูลผู้ขาย) ปี 2026 แบรนด์ไทยย้ายงบไปหาครีเอเตอร์ Micro/Nano หลายคนและวัดผลผ่าน Affiliate ทีมควรให้โค้ดรายคนและวัดลูกค้าใหม่กับการซื้อซ้ำ ไม่ใช่แค่ยอดวิว
- ดีลเฉพาะไลฟ์ขายเร็ว แต่ต้องคุมเพดานส่วนลดและคำโฆษณา
TikTok Shop รายงานว่ายอดไลฟ์ชั่วโมงแรกของ 12.12 ปี 2024 สูงกว่าปกติ 3.8 เท่า (ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม) ส่วน สคบ. เตือนเมื่อ ต.ค. 2025 ว่าการอ้าง "ขายดีจนของหมด" เพื่อกดดันให้ซื้ออาจเป็นโฆษณาเกินจริง ทีมควรตั้งเพดานส่วนลดต่อ SKU ก่อนไลฟ์ และมีสคริปต์ที่ไม่อ้างเกินจริง
- ลูกค้าจากไลฟ์และเมกะเซลต้องแยก cohort
TikTok Shop รายงานว่ายอดไลฟ์ชั่วโมงแรกของ 12.12 สูงกว่าปกติ 3.8 เท่า (ข้อมูลผู้ขาย ปี 2024) ลูกค้าที่เข้ามาช่วงพีกแบบนี้มักเป็นสายล่าดีล ถ้านำไปรวมกับลูกค้าปกติจะทำให้ churn ดูแย่เกินจริง ควรติดป้ายช่องทางที่ได้ลูกค้ามา ตั้งเป้าแยก และวัดว่าไลฟ์แต่ละครั้งดึงคนเข้าสมาชิกได้กี่คน
ที่มา: bangkokbiznews.com
- ยอดจากไลฟ์และวิดีโอพุ่งเป็นช่วง ต้องพยากรณ์รายชั่วโมง
e-Conomy SEA 2025 ประเมินว่าการขายผ่านวิดีโอคิดเป็นราว 25% ของ GMV อีคอมเมิร์ซในอาเซียน และ TikTok Shop รายงานว่ายอดไลฟ์ชั่วโมงแรกของ 12.12 สูงกว่าปกติ 3.8 เท่า (ข้อมูลผู้ขาย ปี 2024) ทีมควรแยก baseline กับ uplift ของแคมเปญ พยากรณ์รายชั่วโมงในวันงาน และวางแผนสต๊อกกับคนแพ็กของจากช่วงสูงสุด ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย
ที่มา: bain.com,bangkokbiznews.com
- ผู้ไลฟ์และครีเอเตอร์ต้องเปิดเผยการโฆษณา และอาจต้องรับผิดร่วม
10 ก.ย. 2026 สคบ. เซ็น MOU ให้ครีเอเตอร์เปิดเผยว่าเป็นโฆษณา ครอบคลุมรีวิว ไลฟ์ ลิงก์ขาย และคอนเทนต์ที่ทำด้วย AI ส่วนร่างแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค (ก.ย. 2026 ยังเป็นร่าง) เสนอให้ผู้ไลฟ์และ affiliate รับผิดเหมือนเจ้าของสินค้า ทีม CRM ควรให้ทีมไลฟ์เก็บคำบ่นระหว่างไลฟ์เข้าระบบเคส และตรวจสคริปต์ไม่ให้เคลมเกินจริง
- ไลฟ์และครีเอเตอร์ต้องวัดด้วยยอดขาย ไม่ใช่ยอดวิว
บทความไทยปี 2026 แนะนำให้วัดไลฟ์ด้วยผู้ชมพร้อมกันสูงสุด เวลาดูเฉลี่ย อัตราใส่ตะกร้า และยอดขายต่อชั่วโมงไลฟ์ แทนยอดวิวรวม ส่วนแบรนด์ไทยที่ใช้ครีเอเตอร์หันมาวัดคลิกและออเดอร์ผ่านระบบ Affiliate (ข้อมูล IdeasLabs ไตรมาส 1/2026) ทีม CRM ควรเพิ่มตัวเลขผู้ซื้อจากไลฟ์ที่ดึงมาเป็นสมาชิกได้
- สคบ. เข้มเรื่องอินฟลูเอนเซอร์ ไลฟ์ และคนขายออนไลน์
ต.ค. 2025 สคบ. เตือนว่าคนขายออนไลน์รายได้ตั้งแต่ 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียนตลาดแบบตรง วันที่ 10 ก.ย. 2026 สคบ. ลงนาม MOU ให้อินฟลูเอนเซอร์เปิดเผยวัตถุประสงค์ทางการค้าในรีวิว ไลฟ์ ลิงก์ขายของ และคอนเทนต์ AI และมีร่างแก้กฎหมายให้คนรับจ้างโฆษณารับโทษเหมือนผู้กระทำผิด แบรนด์ควรใส่ข้อกำหนดเปิดเผยโฆษณาในสัญญาครีเอเตอร์ทุกครั้ง
- วิดีโอและไลฟ์กลายเป็นช่องทางขายหลัก
e-Conomy SEA 2025 ระบุว่าไทยมีผู้ขายผ่านวิดีโอราว 850,000 ราย เพิ่ม 175% และ Momentum Works ประเมินว่าคอนเทนต์คอมเมิร์ซคิดเป็นราว 32% ของยอดขายผ่านแพลตฟอร์มใน SEA ปี 2025 ทีม CRM ควรวัดไลฟ์ด้วยผู้ซื้อใหม่และอัตราซื้อซ้ำ ไม่ใช่ยอดขายอย่างเดียว
- สคบ. เข้มกับคนไลฟ์ขายของ และกำลังแก้กฎหมาย
ต.ค. 2025 สคบ. เตือนว่าผู้ขายออนไลน์ที่มีรายได้ตั้งแต่ 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียนตลาดแบบตรง และการอ้างว่าขายดีจนของหมดอาจเป็นโฆษณาเกินจริง ก.ย. 2026 มี MOU ให้ครีเอเตอร์เปิดเผยว่าเป็นโฆษณาในไลฟ์และเนื้อหา AI และร่างแก้ไขกฎหมายจะให้คนไลฟ์รับผิดเหมือนเจ้าของสินค้า แบรนด์ควรมี Claim Sheet และข้อกำหนดในสัญญากับครีเอเตอร์ทุกคน
แชท & ข้อความ
- แชทคือทางเข้า Lead หลัก และเริ่มมี AI ตอบแทนแอดมิน
LINE OA มีบทสนทนากว่า 12,000 ล้านครั้งในปี 2025 และการแอดเพื่อนกว่า 800 ล้านครั้งในครึ่งแรกปี 2026 (ข้อมูลจาก LINE) ส่วน Meta เปิด Business AI บน Messenger ในไทยเมื่อ 11 มี.ค. 2026 ทีม CRM ควรใช้ AI ตอบทันทีและคัดกรองเบื้องต้น แต่ต้องมีกฎส่งต่อคน และบันทึกผลคัดกรองลง CRM ทุกครั้ง
- SMS แนบลิงก์ถูกคุมเข้ม ลูกค้าระแวงข้อความแรก
25 ก.ค. 2025 ธปท. ห้ามสถาบันการเงินส่ง SMS ที่มีลิงก์ 28 ส.ค. 2025 กสทช. ให้ผู้ส่ง SMS ลงทะเบียนชื่อผู้ส่งและให้ผู้ให้บริการตรวจลิงก์ก่อนส่ง และ 18 พ.ย. 2025 ครม. ให้หน่วยงานรัฐเลิกส่งลิงก์ทาง SMS และอีเมล ทีม CRM ไม่ควรส่ง Lead Magnet หรือข้อความแรกเป็น SMS ลิงก์ย่อ ให้ใช้ LINE OA ที่ยืนยันตัวตนแล้วแทน
ที่มา: bangkokbiznews.com
- LINE OA ที่ยืนยันตัวตนกลายเป็นประตูต้อนรับหลัก แทน SMS แนบลิงก์
LINE รายงานว่าครึ่งแรกปี 2026 มีการเพิ่มเพื่อน OA กว่า 800 ล้านครั้ง และมีโล่ Verified ให้ลูกค้ามั่นใจว่าไม่ใช่บัญชีปลอม ขณะที่ ธปท. ห้ามสถาบันการเงินส่ง SMS แนบลิงก์ตั้งแต่ 25 ก.ค. 2025 และ กสทช. ให้ตรวจลิงก์ใน SMS ทีม CRM ควรให้ลูกค้าสมัครผ่าน LINE Login พร้อมเพิ่มเพื่อน OA ในขั้นเดียว และใช้ SMS แค่แจ้งสั้น ๆ แบบไม่มีลิงก์
ที่มา: marketingoops.com,developers.line.biz,bangkokbiznews.com
- แชตที่ AI ตอบแทนคนต้องอยู่ในแผนที่
LINE รายงานว่าปี 2025 มีการสนทนาผ่าน LINE OA กว่า 12,000 ล้านครั้ง และ Meta เปิด Business AI บน Messenger ในไทยเมื่อ 11 มี.ค. 2026 ลูกค้าจึงอาจคุยกับ AI ก่อนเจอคน ทีม CRM ควรใส่ AI เป็น Touchpoint กำหนดจุดส่งต่อให้คนใน Service Blueprint และวัดการติดต่อซ้ำหลังส่งต่อ
- SMS แนบลิงก์ถูกคุมเข้ม ลูกค้าไม่กล้ากด
ธปท. ห้ามสถาบันการเงินส่ง SMS ที่มีลิงก์ตั้งแต่ 25 ก.ค. 2025 และ กสทช. ให้ลงทะเบียนชื่อผู้ส่งและให้ค่ายมือถือตรวจลิงก์ก่อนส่ง (ส.ค. 2025) ค่ายมือถือบล็อก SMS ต้องสงสัยกว่า 1 ล้านข้อความต่อวัน ทีม CRM ควรใช้ SMS แจ้งข้อมูลสั้น ๆ ไม่แนบลิงก์ แล้วพาลูกค้าไป LINE OA หรือแอปของแบรนด์
- Open Rate อีเมลเชื่อไม่ได้ และ Gmail เข้มกับผู้ส่งมากขึ้น
Apple Mail Privacy Protection โหลดอีเมลเบื้องหลัง ทำให้ยอดเปิดสูงเกินจริง ส่วน Gmail ประกาศว่าตั้งแต่ พ.ย. 2025 จะเข้มงวดกับอีเมลที่ไม่ผ่านเกณฑ์ (SPF, DKIM, DMARC, ยกเลิกรับคลิกเดียว, สแปมต่ำกว่า 0.3%) ทีม CRM ควรตรวจโดเมนให้ผ่านเกณฑ์ และเปลี่ยน KPI หลักเป็นคลิก ยอดซื้อ และยอดขายส่วนเพิ่ม
ที่มา: support.apple.com,spamresource.com,support.google.com
- LINE OA เพิ่มโล่ยืนยันตัวตนและเครื่องมือ AI ในแชต
ปี 2026 LINE เน้น Verified Account (โล่สีน้ำเงิน/เขียว), OA Chat Package เก็บประวัติแชต 5 ปี, AI Seller Agent และ Customer Data Agent ใน MyShop (ข้อมูลจาก LINE) ส่วนราคาแพ็กเกจยังเท่าเดิมตั้งแต่ ส.ค. 2024 ทีม CRM ควรขอโล่ยืนยันเพื่อให้ลูกค้าเชื่อใจ และวัดยอดขายต่อข้อความ Broadcast แทนยอดอ่าน
- Personalization ในแชตไทยมี AI Agent ช่วยแล้ว
ปี 2026 LINE เพิ่ม AI Seller Agent และ Customer Data Agent ใน MyShop (ข้อมูลจาก LINE) และ Meta เปิด Business AI บน Messenger ในไทยเมื่อ 11 มี.ค. 2026 ทีม CRM ควรผูกแชตกับโปรไฟล์ลูกค้า กำหนดสิ่งที่ AI ห้ามตอบเอง และส่งต่อคนเร็วสำหรับ VIP หรือเรื่องร้องเรียน
- เลิกวัดข้อเสนอทางอีเมลด้วยอัตราเปิด
Apple Mail Privacy Protection ดาวน์โหลดเนื้อหาอีเมลไว้ก่อนเองเมื่อได้รับข้อความ อัตราเปิดจึงสูงเกินจริงสำหรับผู้ใช้ Apple Mail ทีมควรวัดข้อเสนอขายเพิ่มจากคลิก การซื้อ และรายได้ที่เพิ่มเทียบกลุ่มควบคุม แทนการดูอัตราเปิด
ที่มา: support.apple.com
- แชทคือแหล่งเสียงลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทย
LINE OA มีบทสนทนากว่า 12,000 ล้านครั้งในปี 2025 และแพ็กเกจแชทใหม่เก็บประวัติได้ 5 ปีพร้อมดาวน์โหลด (ข้อมูลผู้ขาย) Meta อ้างผลศึกษา Kantar ปี 2025 ว่า 81% ของผู้ใหญ่ไทยทักแชทธุรกิจทุกสัปดาห์ ทีม CRM ควรดึงแชทมาวิเคราะห์ความพอใจเป็นประจำ แทนการส่ง Survey เพิ่ม
- เลิกใช้อัตราเปิดอีเมล หันมาดูการบล็อก LINE OA และแชท
Apple Mail ที่เปิด Protect Mail Activity จะดาวน์โหลดเนื้อหาอีเมลเองตั้งแต่ตอนได้รับ อัตราเปิดจึงสูงเกินจริง ขณะที่ LINE Messaging API ส่งเหตุการณ์ Unfollow พร้อม User ID ทันทีที่ลูกค้าบล็อก ทีม CRM ควรเอาอัตราเปิดออกจากสูตร แล้วใช้คลิก การซื้อ การบล็อก และสัญญาณจากแชทแทน
- แชทคือแหล่งสัญญาณความสัมพันธ์ที่ใหญ่ที่สุด
LINE OA มีบทสนทนากว่า 12,000 ล้านครั้งในปี 2025 แพ็กเกจแชทใหม่เก็บประวัติได้ 5 ปี และ LINE ระบุว่าแชทใหม่กว่า 90% ไม่ถูกตามต่อหลังตอบครั้งแรก (ข้อมูลผู้ขาย) ทีม CRM ควรใช้ AI ติดป้ายความเสี่ยงจากแชท และนับ “แชทที่ไม่มีใครตาม” เป็นสัญญาณเตือนด้วย
ที่มา: marketingoops.com
- SMS แนบลิงก์ถูกคุมเข้ม ข้อความเก็บเงินต้องย้ายช่องทาง
ธปท. ห้ามสถาบันการเงินส่ง SMS แนบลิงก์ (25 ก.ค. 2025) กสทช. ให้ตรวจลิงก์ใน SMS ก่อนส่ง (28 ส.ค. 2025) และ ครม. สั่งหน่วยงานรัฐเลิกส่งลิงก์ทาง SMS และอีเมล (18 พ.ย. 2025) ลูกค้าจึงระวังข้อความที่ให้กดลิงก์จ่ายเงิน ทีม CRM ควรย้ายการเตือนต่ออายุและ dunning ไปที่ LINE OA ที่ยืนยันตัวตน แอป หรืออีเมลที่ยืนยันโดเมน และบอกให้ลูกค้าเข้าแอปเองได้
ที่มา: bangkokbiznews.com
- Meta เปิด Business AI บน Messenger ในไทย
Meta เปิด Business AI บน Messenger ในไทยเมื่อ มี.ค. 2026 เป็นผู้ช่วยตอบลูกค้าตลอดเวลาที่เรียนจากโพสต์ แคตตาล็อก และเว็บไซต์ของร้าน งานสำรวจ Kantar ที่ Meta อ้างพบว่าคนไทย 81% ทักแชตหาธุรกิจทุกสัปดาห์ ทีม CRM ต้องดูว่าบอตตอบเรื่องร้องเรียนอย่างไร บันทึกเป็นเคสหรือไม่ และส่งต่อคนได้หรือเปล่า
ที่มา: thestorythailand.com
- LINE OA เป็นแหล่งข้อมูลลูกค้าหลัก แต่ UID มีเงื่อนไข
LINE OA มีบทสนทนากว่า 12,000 ล้านครั้งในปี 2025 และกำลังเพิ่ม Customer Data Agent (ข้อมูลผู้ขาย) แต่ LINE UID ของคนเดียวกันต่างกันตาม Provider และแพ็กเกจพื้นฐานเก็บแชตแค่ 6 เดือน ทีมควรเก็บ UID คู่กับ Provider และวางแผนเก็บประวัติแชตที่ต้องใช้
- SMS อัตโนมัติต้องเลิกพึ่งลิงก์
ตั้งแต่ 30 ส.ค. 2025 กสทช. ใช้ 8 มาตรการ ผู้ส่ง SMS ในประเทศต้องยืนยันตัวตน และทุกเครือข่ายกรองเนื้อหาเสี่ยง ธปท. ห้ามสถาบันการเงินส่ง SMS แนบลิงก์ และหน่วยงานรัฐเลิกส่งลิงก์แล้ว ทีมควรตรวจ flow ที่ส่ง SMS ทั้งหมด และพาลูกค้าไปแอปหรือ LINE OA แทน
- อีเมลต้องยืนยันผู้ส่ง และการเปิดอีเมลใช้เป็น trigger ไม่ได้แล้ว
Gmail กำหนดให้ผู้ส่งเกิน 5,000 ฉบับต่อวันมี SPF, DKIM, DMARC ปุ่มยกเลิกรับคลิกเดียว และอัตราสแปมต่ำกว่า 0.30% ส่วน Apple Mail โหลดเนื้อหาอีเมลเบื้องหลังทำให้ข้อมูลการเปิดไม่น่าเชื่อถือ ควรเปลี่ยน trigger จากการเปิดเป็นคลิกหรือการซื้อ
- LINE OA ราคาเดิม แต่เครื่องมือ automation ในตัวเพิ่มขึ้น
หน้า LINE for Business ยังแสดงแพ็กเกจฟรี 300 ข้อความ Basic 1,280 บาท และ Pro 1,780 บาท (ไม่รวม VAT) ข้อความ reply ยังไม่นับโควตา ฟีเจอร์ MyShop เช่น โปรไฟล์ลูกค้าและข้อความตั้งเวลาใช้ได้ตั้งแต่ พ.ย. 2025 ควรออกแบบ flow ให้ลูกค้าเป็นฝ่ายเริ่มเพื่อประหยัดโควตา
- AI ตอบแชตมาถึงช่องทางที่คนไทยใช้จริง
Meta เปิด Business AI บน Messenger ในไทยเมื่อ 11 มี.ค. 2026 โดยเรียนรู้จากโพสต์ แคตตาล็อก และเว็บของร้าน LINE OA มี AI Chatbot ในแพ็กเกจ OA Chat และกำลังพัฒนา Seller AI Automation ใน MyShop ร้านเล็กเริ่มใช้ AI ได้โดยไม่ต้องซื้อ CRM ใหญ่ แต่ต้องดูแลข้อมูลราคา สต็อก และจุดส่งต่อให้คนเอง
- Open rate อีเมลเชื่อไม่ได้ ต้องย้ายไปวัดคลิกและยอดซื้อ
Apple Mail Privacy Protection โหลดพิกเซลติดตามเองเบื้องหลังและซ่อน IP ผู้รับ ตัวเลขเปิดอีเมลจึงสูงเกินจริง ส่วน Gmail กำหนดให้ผู้ส่งจำนวนมากรักษาอัตราแจ้งสแปมต่ำกว่า 0.10% และห้ามถึง 0.30% ทีม CRM ควรถอด open rate ออกจากเป้าและโบนัส แล้วใช้คลิก ยอดซื้อ และอัตราแจ้งสแปมแทน
- มาตรการปราบสแกมทำให้ SMS แนบลิงก์ใช้ยากขึ้น
ปี 2025 รัฐแก้ พ.ร.ก.ปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (12 เม.ย.) ธปท. ให้สถาบันการเงินเลิกส่ง SMS มีลิงก์ (25 ก.ค.) และ กสทช. ให้ผู้ส่ง SMS ธุรกิจลงทะเบียนชื่อผู้ส่งและให้ตรวจลิงก์ก่อนส่งถึงผู้รับ (28 ส.ค.) แบรนด์ควรลดการใช้ลิงก์ใน SMS ใช้ชื่อผู้ส่งที่ลงทะเบียน และพาลูกค้าไปที่แอปหรือ LINE OA ทางการแทน
- AI ตอบแชทแล้ว ต้องมีกติกาส่งต่อให้คน
Meta เปิด Business AI บน Messenger ในไทยเมื่อ 11 มี.ค. 2026 ส่วน LINE MyShop เพิ่ม Seller AI ช่วยตามแชท โดย LINE ระบุว่ากว่า 90% ของแชทใหม่ไม่ได้รับการติดตามต่อหลังตอบครั้งแรก (ข้อมูลผู้ขายระบบ) และ MyTeam สำหรับจ่ายงานแชทให้แอดมินจะออกต้นปี 2027 ทีมควรเขียนเงื่อนไขส่งต่อจาก AI ให้คน และวัด % แชทที่ได้รับการติดตามต่อ
- SMS แนบลิงก์ถูกคุม แบรนด์ต้องย้ายไปแชทที่ยืนยันตัวตน
ธปท. ห้ามสถาบันการเงินส่ง SMS แนบลิงก์ (ก.ค. 2025) กสทช. ให้ตรวจลิงก์ใน SMS ก่อนส่งและบล็อก SMS น่าสงสัยกว่า 1 ล้านข้อความต่อวัน และ ครม. ให้หน่วยงานรัฐเลิกส่งลิงก์ (พ.ย. 2025) แบรนด์ควรส่ง SMS แบบไม่มีลิงก์ แล้วพาลูกค้าเข้า LINE OA ที่มีโล่ Verified หรือแอปของแบรนด์
- LINE OA เพิ่มเครื่องมือขายและเก็บแชทนานขึ้น
LINE รายงานบทสนทนาผ่าน OA กว่า 12,000 ล้านครั้งในปี 2025 และเพิ่ม OA Chat Package ที่เก็บประวัติแชทได้ 5 ปี (แบบพื้นฐาน 6 เดือน) ส่วน MyShop เพิ่มโปรไฟล์ลูกค้า การเตือน และข้อความตั้งเวลาตั้งแต่ พ.ย. 2025 ขณะที่ราคาแพ็กเกจยังเป็นชุดที่ใช้ตั้งแต่ 1 ส.ค. 2024 ทีมควรตั้งนโยบายอายุเก็บแชทให้ตรง PDPA ก่อนเปิดเก็บนาน
ที่มา: marketingoops.com,lineforbusiness.com,lineforbusiness.com
- Messenger เปลี่ยนวิธีส่งข้อความการตลาด
Meta ยกเลิก Recurring Notifications บน Messenger ตั้งแต่ 10 ก.พ. 2026 และให้ใช้ Marketing Messages ที่ลูกค้าต้องกดยินยอมก่อน ส่วนนอกช่วง 24 ชั่วโมงห้ามใช้ Message Tag ส่งโปรโมชัน ทีมควรตรวจ Flow ส่งข้อความนอกช่วงเวลาเดิมและเก็บหลักฐาน opt-in ทุกครั้ง
กฎหมาย & ความเป็นส่วนตัว
- สคส. ปรับจริงแล้ว และมีร่างแนวปฏิบัติการตลาด
ส.ค. 2025 สคส. ประกาศโทษปรับ 8 คำสั่งรวมราว 14.5 ล้านบาท รวมร้านเครื่องสำอางที่ข้อมูลรั่วไปถึงมิจฉาชีพ 2.5 ล้านบาท และ 7 ก.ค. 2026 เผยแพร่ร่างแนวปฏิบัติการตลาดที่ให้แยก Consent ห้ามติ๊กล่วงหน้า และระวังข้อมูลจาก data broker ทีม CRM ควรแก้ฟอร์มทุกจุดให้แยกกล่องการตลาด เก็บหลักฐาน Consent และเลิกซื้อรายชื่อ Lead จากแหล่งที่ตรวจที่มาไม่ได้
ที่มา: nagashima.com,tilleke.com
- สคบ. ให้ครีเอเตอร์เปิดเผยโฆษณา รวมไลฟ์และคอนเทนต์ AI
10 ก.ย. 2026 สคบ. ลงนาม MOU กับสมาคมด้านโฆษณา ให้อินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์เปิดเผยวัตถุประสงค์ทางการค้าและไม่ให้ข้อมูลชวนเข้าใจผิด ครอบคลุมรีวิว ไลฟ์ ลิงก์ขาย และคอนเทนต์ที่สร้างด้วย AI ทีม CRM ควรใส่ข้อกำหนดเปิดเผยโฆษณาใน Brief และสัญญาครีเอเตอร์ทุกฉบับ และตรวจคำอ้างสรรพคุณก่อนโพสต์
ที่มา: thestandard.co
- ร่างแนวปฏิบัติการตลาด สคส. และค่าปรับจริง กระทบฟอร์มสมัคร
สคส. เผยแพร่ร่างแนวปฏิบัติด้านการตลาดเมื่อ 7 ก.ค. 2026 ให้แยก consent การตลาดจากบริการหลัก ห้ามติ๊กไว้ก่อน และห้ามออกแบบหลอกให้กด (ยังเป็นร่าง) ก่อนหน้านั้น 1 ส.ค. 2025 สคส. ประกาศค่าปรับรวมราว 14.5 ล้านบาท รวมถึงผู้พัฒนาระบบจองที่ถูกปรับ 3 ล้านบาท ทีม CRM ควรตรวจฟอร์มสมัครทุกจุด และตรวจ vendor ที่เก็บข้อมูลลูกค้าใหม่ให้
ที่มา: tilleke.com,nagashima.com
- การทำโปรไฟล์ด้วย AI ต้องโปร่งใสมากขึ้น
ร่างแนวปฏิบัติด้านการตลาดของ สคส. (7 ก.ค. 2026) ขอให้มีความโปร่งใสและมาตรการป้องกันเพิ่มสำหรับการทำโปรไฟล์และการตลาดด้วย AI และระวังข้อมูลจากพาร์ตเนอร์หรือ data broker ขณะที่ e-Conomy SEA 2025 พบคนไทย 47% กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของ AI ทีม CRM ควรเขียนเรื่องการแบ่งกลุ่มด้วย AI ใน Privacy Notice ให้อ่านง่าย และห้ามใช้ข้อมูลอ่อนไหวแบ่งกลุ่ม
- ข้อมูล Journey ที่ใช้ทำโปรไฟล์ต้องโปร่งใสขึ้น
ร่างแนวปฏิบัติด้านการตลาดของ สคส. (7 ก.ค. 2026) ให้แยก consent การตลาด ห้ามออกแบบหลอกให้กดยินยอม และขอความโปร่งใสเพิ่มสำหรับการทำโปรไฟล์และการตลาดด้วย AI (ยังเป็นร่าง) ทีม CRM ที่รวม event ข้ามช่องทางเพื่อวิเคราะห์ Journey ควรแจ้งเรื่องนี้ใน Privacy Notice และส่งข้อความอัตโนมัติเฉพาะคนที่ยินยอม
ที่มา: tilleke.com
- สคส. ออกร่างแนวปฏิบัติการตลาด ต้องแยก Consent
วันที่ 7 ก.ค. 2026 สคส. เผยแพร่ร่างแนวปฏิบัติด้านการตลาดและการตลาดแบบตรง ให้แยก Consent การตลาดออกจากบริการหลัก ห้ามติ๊กไว้ล่วงหน้าหรือมัดรวม ต้องให้ถอนความยินยอมได้จริง และดูแลการทำโปรไฟล์ด้วย AI เป็นพิเศษ (ยังเป็นร่าง) ทีม CRM ควรตรวจฟอร์มสมัครทุกช่องทางและเก็บ Consent แยกตามวัตถุประสงค์
ที่มา: tilleke.com
- สคบ. และ สคส. คุมโฆษณาครีเอเตอร์และ Consent แคมเปญ
สคบ. เตือน (ต.ค. 2025) ว่าการอ้าง “ขายดีจนของหมด” เกินจริงอาจผิดกฎหมาย และผู้ขายออนไลน์รายได้ตั้งแต่ราว 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องขอใบอนุญาตตลาดแบบตรง ส่วนร่างแนวปฏิบัติของ สคส. (ก.ค. 2026) ให้แยก Consent รับข่าวสารออกจากการร่วมกิจกรรม ทีมควรตรวจฟอร์มชิงรางวัลและ Copy ทุกแคมเปญ
ที่มา: amarintv.com,tilleke.com
- การทำโปรไฟล์ด้วย AI ต้องโปร่งใสขึ้น
ร่างแนวปฏิบัติด้านการตลาดของ สคส. (7 ก.ค. 2026) ขอให้การทำโปรไฟล์และการตลาดด้วย AI มีความโปร่งใสและมาตรการป้องกันเพิ่ม ขณะที่ e-Conomy SEA 2025 พบคนไทย 47% กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวกับ AI ที่ทำงานแทนคน ทีม CRM ควรแยก Consent สำหรับ Profiling เขียนวัตถุประสงค์ให้ชัด และมีปุ่มปิด Personalization
- สคบ. ให้ครีเอเตอร์บอกว่าเป็นโฆษณา และกำลังร่างให้รับผิดร่วม
สคบ. ลงนาม MOU เมื่อ 10 ก.ย. 2026 ให้อินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์เปิดเผยวัตถุประสงค์ทางการค้าในรีวิว ไลฟ์ ลิงก์ขายของ และเนื้อหาที่ AI สร้าง ส่วนร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ก.ย. 2026) จะนับครีเอเตอร์ ผู้ไลฟ์ และ Affiliate เป็นผู้รับจ้างโฆษณาที่ต้องรับผิด ทีมควรใส่กติกาการเปิดเผยใน Brief ทุกครั้ง
- PDPA ปรับจริงแล้ว ข้อมูลเพื่อนที่ถูกชวนต้องระวัง
สคส. ประกาศปรับ 8 รายการรวมราว 14.5 ล้านบาทเมื่อ 1 ส.ค. 2025 และร่างแนวปฏิบัติการตลาด (ก.ค. 2026) ขอให้ระวังข้อมูลที่ได้จากพันธมิตรหรือบุคคลอื่น โปรแกรมแนะนำควรให้ผู้แนะนำส่งลิงก์เอง และแบรนด์เริ่มเก็บข้อมูลเมื่อเพื่อนสมัครและยินยอมเอง
ที่มา: nagashima.com,legal500.com
- ร่างแนวปฏิบัติการตลาดของ สคส. แตะการใช้ AI กับข้อมูลลูกค้า
7 ก.ค. 2026 สคส. เปิดรับฟังร่างแนวปฏิบัติด้านการตลาด ให้แยกความยินยอมทางการตลาดออกจากบริการหลัก ห้ามติ๊กช่องไว้ให้ก่อน และเพิ่มความโปร่งใสเมื่อทำโปรไฟล์หรือการตลาดด้วย AI ร่างนี้ยังไม่บังคับใช้ แต่ถ้าจะนำคำตอบ Survey หรือแชทไปทำโปรไฟล์และยิงข้อเสนอ ควรแยกความยินยอมและบอกลูกค้าให้ชัดตั้งแต่ตอนนี้
ที่มา: legal500.com,tilleke.com
- Health Score คือการทำโปรไฟล์ ร่าง สคส. ขอความโปร่งใส
7 ก.ค. 2026 สคส. เปิดรับฟังร่างแนวปฏิบัติด้านการตลาด ที่ขอให้โปร่งใสเรื่องการทำโปรไฟล์ เพิ่มมาตรการป้องกันเมื่อใช้ AI ทำการตลาด และแยกความยินยอมทางการตลาด ร่างนี้ยังไม่บังคับใช้ แต่ทีม CRM ควรแจ้งในนโยบายความเป็นส่วนตัวว่าใช้คะแนนลูกค้าทำอะไร และไม่ส่งข้อเสนอให้คนที่ปฏิเสธการตลาด
ที่มา: legal500.com
- สคส. ปรับจริง และร่างแนวปฏิบัติการตลาดแตะเรื่อง AI profiling
ส.ค. 2025 สคส. สั่งปรับ 8 คำสั่ง รวมราว 14.5 ล้านบาท โดยปรับทั้งเจ้าของข้อมูลและผู้รับจ้างประมวลผล ร่างแนวปฏิบัติด้านการตลาด (7 ก.ค. 2026) ระบุให้แยก consent การตลาด และให้มีมาตรการเพิ่มสำหรับ profiling และการตลาดที่ขับด้วย AI ทีม CRM ควรบันทึกเหตุผลของคะแนน churn เช็ก consent ก่อนทัก และตรวจสัญญากับ vendor ที่ทำโมเดลให้
ที่มา: nagashima.com,tilleke.com
- สคส. ออกร่างแนวปฏิบัติการตลาด และเริ่มปรับจริง
สคส. เผยแพร่ร่างแนวปฏิบัติด้านการตลาดเมื่อ 7 ก.ค. 2026 ให้แยก consent การตลาด ห้ามติ๊กไว้ก่อน และให้ดูแลการทำโปรไฟล์ด้วย AI ส่วนเดือน ส.ค. 2025 สคส. ปรับ 8 ราย รวมราว 14.5 ล้านบาท รวมถึงบริษัทเครื่องสำอางที่ข้อมูลลูกค้ารั่ว ทีม CRM ควรทบทวนแบบฟอร์มสมัครสมาชิก และสัญญากับ vendor ระบบแต้ม
ที่มา: tilleke.com,nagashima.com
- สคบ. คุมสัญญาคอร์สความงาม และทั่วโลกยังจับตาการยกเลิกยาก
สคบ. ออกประกาศปี 2025 ให้ธุรกิจเสริมความงามที่ขายคอร์สเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา ยกเลิกได้ใน 7 วันถ้ายังไม่ใช้บริการ และคืนเงินใน 15 วัน (เงินสด/โอน) หรือ 45 วัน (บัตร) และเดือน มิ.ย. 2026 เตือนจะดำเนินคดีกับสัญญาที่ไม่ตรงประกาศ ฝั่งสหรัฐฯ ศาลยกเลิกกฎ click-to-cancel ของ FTC เมื่อ 8 ก.ค. 2025 แต่กฎหมายเรื่องต่ออายุอัตโนมัติของรัฐต่าง ๆ ยังบังคับอยู่ คลินิก ฟิตเนส และบริการสมาชิกควรตรวจสัญญาและขั้นตอนยกเลิกใหม่
- สคบ. เปิด OCPB FastTrack ส่งเรื่องร้องเรียนตรงถึงบริษัท
สคบ. เปิดระบบ OCPB FastTrack เมื่อ 6 มี.ค. 2026 สำหรับธุรกิจที่เข้าร่วม รวมถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ตั้งเป้าปิดเรื่องใน 14 วัน ณ ก.ค. 2026 มีเอกชนเข้าร่วม 11 รายและรับเรื่องแล้วกว่า 300 เรื่อง ทีม CRM ควรเตรียมผู้รับผิดชอบ หลักฐาน และเวลาตอบให้ทันกรอบนี้ และแก้เรื่องให้จบก่อนลูกค้าต้องไปร้องภายนอก
- PDPA ปรับจริงแล้ว และร่างแนวปฏิบัติแตะการทำโปรไฟล์ด้วย AI
ส.ค. 2025 สคส. ประกาศปรับ 8 คำสั่ง รวมราว 14.5 ล้านบาท รวมถึงบริษัทที่รับจ้างทำระบบ ก.ค. 2026 สคส. ออกร่างแนวปฏิบัติด้านการตลาดที่ขอให้ดูแลการทำโปรไฟล์และการตลาดด้วย AI ทีมข้อมูลควรปิดตัวตนในชั้นวิเคราะห์และตรวจ vendor ที่ประมวลผลแทน
ที่มา: nagashima.com,legal500.com
- สคส. ปรับจริง รวมถึงบริษัทที่รับทำระบบ
1 ส.ค. 2025 สคส. ประกาศปรับ 8 คำสั่งใน 5 คดี รวมราว 14.5 ล้านบาท บางคดีปรับผู้รับจ้างประมวลผลมากกว่าเจ้าของข้อมูล ร่างแนวปฏิบัติด้านการตลาด (7 ก.ค. 2026) ยังขอให้ตรวจที่มาของข้อมูลจากพาร์ตเนอร์และ data broker ทีมควรตรวจ vendor และบันทึกที่มาของทุกชุดข้อมูล
ที่มา: nagashima.com,legal500.com
- กฎเรื่อง AI กับข้อมูลลูกค้าเริ่มชัดขึ้น
วันที่ 7 ก.ค. 2026 สคส. เผยแพร่ร่างแนวปฏิบัติด้านการตลาด ที่ขอให้เพิ่มความโปร่งใสและมาตรการป้องกันเมื่อทำโปรไฟล์หรือการตลาดด้วย AI ส่วน ETDA เปิดรับฟังความเห็นร่างกฎหมาย AI แบบกำกับตามความเสี่ยงถึง 14 ส.ค. 2026 ก่อนหน้านั้น 17 ก.พ. 2026 สคส. ยังออกร่างแนวทางคุ้มครองข้อมูลในการใช้ AI ทุกฉบับยังเป็นร่าง แต่ทีม CRM ควรเริ่มทำบันทึกว่าใช้ AI กับข้อมูลใด เพื่ออะไร ใครตรวจ และใส่ข้อห้ามฝึกโมเดลในสัญญา
- สคส. เลิกเตือน เริ่มปรับจริง ทั้งแบรนด์และ vendor
สคส. ปรับครั้งแรก 7 ล้านบาทในเดือน ส.ค. 2024 และวันที่ 1 ส.ค. 2025 ปรับอีก 8 คำสั่งรวมราว 14.5 ล้านบาท ยอดสะสมราว 21.5 ล้านบาท เหตุหลักคือความปลอดภัยไม่พอ ไม่มี DPO และไม่แจ้งเหตุรั่ว มีผู้ประมวลผลถูกปรับมากกว่าแบรนด์ด้วย ทีม CRM ต้องตรวจสัญญาและความปลอดภัยของ vendor และเอเจนซีทุกราย
- ร่างแนวปฏิบัติการตลาดของ สคส. กำหนดวิธีขอ Consent
วันที่ 7 ก.ค. 2026 สคส. เผยแพร่ร่างแนวปฏิบัติด้านการตลาดและการตลาดทางตรง ให้แยก Consent การตลาดจากบริการหลัก ห้ามติ๊กให้ก่อนหรือมัดรวม ห้ามตัดบริการคนที่ไม่รับการตลาด และระวังข้อมูลจาก Data Broker ร่างนี้ยังไม่มีผลบังคับ แต่ควรปรับฟอร์มสมัครสมาชิกและกระบวนการเลิกรับตั้งแต่ตอนนี้
ที่มา: legal500.com,tilleke.com
- แชร์ข้อมูลลูกค้าข้ามทีมหรือให้ Vendor ต้องระวังโทษ PDPA
สคส. ประกาศปรับ 8 คำสั่งใน 5 กรณี รวมราว 14.5 ล้านบาท (1 ส.ค. 2025) และในกรณีหนึ่ง ผู้รับจ้างพัฒนาระบบถูกปรับ 3 ล้านบาท มากกว่าเจ้าของข้อมูลที่ถูกปรับ 5 แสนบาท ทีมควรเลิกส่งรายชื่อลูกค้าในกลุ่ม LINE ส่วนตัวหรือ AI ฟรี และตรวจสัญญากับ Vendor และเครื่องมือ AI ที่ทีมใช้ร่วมกัน
ที่มา: nagashima.com
- ร่างแนวปฏิบัติการตลาดของ สคส. แตะการขอ consent ในแชท
สคส. เผยแพร่ร่างแนวปฏิบัติด้านการตลาดเมื่อ 7 ก.ค. 2026 ให้แยก consent การตลาดออกจากบริการหลัก ห้ามติ๊กไว้ก่อนหรือมัดรวม และต้องดูแลการตลาดที่ใช้ AI ร่างนี้ยังไม่ใช่กฎหมาย แต่ สคส. ปรับจริงแล้ว เช่น ร้านขายเครื่องสำอางถูกปรับ 2.5 ล้านบาทเมื่อ ส.ค. 2025 เพราะข้อมูลลูกค้ารั่วถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทีมควรปรับปุ่มและข้อความขอ consent ในแชทให้แยกชัดตั้งแต่ตอนนี้
ที่มา: tilleke.com,nagashima.com
- Chrome ยังเก็บคุกกี้บุคคลที่สาม และ Privacy Sandbox ถูกปิด
เมื่อ เม.ย. 2025 Google ประกาศว่าจะไม่ทำหน้าต่างถามเรื่องคุกกี้บุคคลที่สามแยก ให้ผู้ใช้เลือกเองในหน้าตั้งค่า และเมื่อ ต.ค. 2025 ก็ปิดเทคโนโลยี Privacy Sandbox ที่เหลือเพราะมีคนใช้น้อย ทีมไม่ต้องรีบเปลี่ยนระบบโฆษณาเพราะคุกกี้ แต่ไม่ควรใช้คุกกี้เป็นฐานของกลยุทธ์ข้อมูล ควรลงทุนกับข้อมูลที่ลูกค้าให้เองพร้อม consent
- สคส. ปรับจริงและออกร่างแนวปฏิบัติการตลาด
ส.ค. 2025 สคส. ประกาศค่าปรับ 8 คำสั่ง รวมราว 14.5 ล้านบาท ทั้งเจ้าของข้อมูลและผู้พัฒนาระบบ และเมื่อ 7 ก.ค. 2026 เผยแพร่ร่างแนวปฏิบัติเรื่องฐานทางกฎหมายและการตลาด ที่ให้แยก consent การตลาด ห้าม dark pattern ระวังข้อมูลจาก Data Broker และเพิ่มมาตรการสำหรับการตลาดที่ใช้ AI ทีมควรตรวจหน้าขอ consent และสัญญากับ vendor ทุกราย
- คนไทยใช้ AI ทุกวัน แต่ยังกังวลเรื่องข้อมูล
e-Conomy SEA 2025 พบว่าผู้ใช้ AI ไทย 76% ใช้เครื่องมือ AI ทุกวัน แต่ใช้ AI แบบสนทนาเพียง 56% ต่ำสุดในภูมิภาค และคนไทย 47% กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของ AI ที่ทำงานแทน เมื่อดึงผู้เข้าชมจาก AI มาเป็นสมาชิก ทีม CRM ต้องบอกให้ชัดว่าเก็บข้อมูลอะไร และขอ consent การตลาดแยกตาม PDPA
ที่มา: clickinsights.asia
- ร่างแนวปฏิบัติการตลาดของ สคส. กระทบการดึงลูกค้าเข้า LINE OA
สคส. เผยแพร่ร่างแนวปฏิบัติด้านการตลาดเมื่อ 7 ก.ค. 2026 ให้แยก consent การตลาด ห้ามติ๊กไว้ก่อนหรือมัดรวม และดูแลการทำโปรไฟล์ด้วย AI หน้าลงทะเบียนรับประกันหรือสมาชิกจาก QR ในกล่องควรออกแบบตามนี้ตั้งแต่ตอนนี้ แม้จะยังเป็นร่าง
ที่มา: legal500.com
Loyalty & การจ่ายเงิน
- ค้าปลีกไทยใช้ข้อมูลสมาชิกส่งคูปองเฉพาะคนผ่าน LINE
Lotus's ใช้ LINE Login ดึงประวัติซื้อมาทำสรุปการช้อปและส่งคูปองเฉพาะคน มีผู้ร่วมกว่า 60,000 คน ใช้คูปอง 25% ส่วน Big C เปิด LINE OA ระดับสาขากว่า 1,600 บัญชี แบรนด์ขนาดกลางทำแบบเดียวกันได้ด้วย LINE OA และระบบสมาชิก โดยเริ่มจาก Use case เดียวและวัดผลกับ Holdout
ที่มา: marketingoops.com
- ห้างใหญ่หันมาใช้ระดับสมาชิกและราคาสมาชิกมากกว่าแจกแต้ม
The 1 เปิด The 1 Level (Level 1–3 และ The 1 Exclusive) ต้นปี 2026 และรายงานว่าการแลกรางวัลเพิ่ม 1.5 เท่า การใช้จ่ายเพิ่มกว่า 2 เท่า (ข้อมูลจากบริษัท) งาน The 1 Day 2026 ให้ราคาสมาชิกกว่า 100,000 รายการ คู่กับบัตรเครดิตพันธมิตร ทีม CRM ควรลองสิทธิ์ที่ลูกค้าเห็นผลทันทีและสิทธิ์ตามระดับ ก่อนเพิ่มอัตราแต้ม
- แต้มข้ามแบรนด์และเครือข่ายพันธมิตรโตเร็ว
AIS Points เชื่อมรับโอนแต้มจาก 14 โปรแกรม รวมธนาคาร ปั๊มน้ำมัน Big C และ Watsons และยอดโอนแต้มปี 2026 โตกว่า 60% (ส.ค. 2026) ก่อนหน้านั้น AIS กับ OR เปิดให้ใช้แต้มได้กว่า 35,000 จุด แบรนด์กลางและเล็กควรพิจารณาเข้าร่วมเครือข่ายแทนการสร้างระบบแต้มเองทั้งหมด แต่ต้องตั้งอัตราแลกที่เข้าใจง่ายและเก็บสมาชิกของตัวเองคู่กัน
- ปุ่มพักสมาชิกและการดึงลูกค้าเก่ากลับมาสำคัญขึ้น
รายงาน Recurly 2026 (ข้อมูลผู้ให้บริการ ผ่านการสรุปของ Señal News) พบว่า 52% ของผู้บริโภคยกเลิกสมาชิกอย่างน้อย 1 รายการในปีที่ผ่านมา การใช้ปุ่มพักเพิ่ม 337% และ 3 ใน 4 ของคนที่พักกลับมา ทีม CRM ควรเสนอ “พักก่อนยกเลิก” และวางแผนดึงคนที่ยกเลิกกลับมาเป็นรอบ ๆ
ที่มา: senalnews.com
- ระดับสมาชิกและประสบการณ์เฉพาะคนช่วยให้ลูกค้าให้ข้อมูล
The 1 รายงานว่าหลังเปิดระบบระดับสมาชิกต้นปี 2026 การแลกรางวัลเพิ่ม 1.5 เท่า และยอดใช้จ่ายเพิ่มกว่า 2 เท่า ส่วน Lotus's ใช้ LINE Login ทำหน้าสรุปการช้อปและคูปองเฉพาะคน มีผู้ร่วมกว่า 60,000 คน (ข้อมูลจากบริษัท) ทีมควรออกแบบสิทธิประโยชน์ที่ใช้ข้อมูลของลูกค้าให้ลูกค้าเห็นผลจริง
- แพลตฟอร์มสร้างระบบสมาชิกของตัวเอง และคนหันไปซื้อร้าน Mall
Lazada เปิดระบบสมาชิก 4 ระดับเมื่อ ธ.ค. 2025 และผลสำรวจของ Lazada กับ Cube (ก.พ. 2026) ระบุว่าสัดส่วนการใช้จ่ายในร้าน Mall เพิ่มจาก 12% ในปี 2020 เป็น 30% ในปี 2025 (ข้อมูลที่แพลตฟอร์มร่วมทำ) แบรนด์ควรใช้ร้าน Mall และ Brand Membership ให้เต็มที่ แต่ต้องมีสิทธิ์ของแบรนด์เองที่แพลตฟอร์มให้ไม่ได้
ข้อมูล & ระบบ
- LINE MINI App ทำให้สมัครสมาชิกได้โดยไม่ต้องโหลดแอป
LINE รายงานว่าไทยมี MINI App กว่า 1,000 ตัว ผู้ใช้รายวันโต 4 เท่า และนักพัฒนาสร้างช่อง MINI App เองได้ตั้งแต่ มี.ค. 2026 (ข้อมูลจาก LINE) ร้านอาหารและค้าปลีกควรใช้ MINI App เป็นบัตรสมาชิกและจุดสะสมแต้มแรก ส่วน Service Message ของ MINI App ใช้ยืนยันสิ่งที่ลูกค้าทำเท่านั้น ห้ามส่งโปรโมชัน
- LINE และค้าปลีกไทยใช้ AI จัดกลุ่มสมาชิก
LINE เปิด Customer Data Agent ใน MyShop เพื่อช่วยร้านค้าจัดกลุ่มลูกค้า (ข้อมูลจาก LINE, ส.ค. 2026) และ Lotus's ใช้ AI แบ่งสมาชิกเป็น Persona แล้วส่งคูปองเฉพาะคนผ่าน LINE มีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 60,000 คน และใช้คูปอง 25% ร้านขนาดกลางเริ่มแบ่งกลุ่มบน LINE ได้โดยไม่ต้องซื้อ CDP แต่ต้องมีข้อมูลการซื้อผูกกับ LINE userId ก่อน
- วัดยอดขายส่วนเพิ่มแทน Last Click
GA4 เหลือแค่ Data-driven และ Last Click ตั้งแต่ พ.ย. 2023, Google เปิด MMM โอเพนซอร์ส Meridian ให้ทุกคนใช้ (ม.ค. 2025) และ Meta มีตัวเลือก Incremental Attribution ใน Ads Manager ทีม CRM ควรกัน Holdout ในทุกแคมเปญที่ส่งหาฐานลูกค้า และใช้ยอดจาก CRM/POS เป็นตัวตัดสิน
- วัดผล Personalization ด้วยยอดส่วนเพิ่ม ไม่ใช่ยอดเปิด
Open Rate อีเมลเชื่อไม่ได้เพราะ Apple Mail Privacy Protection โหลดอีเมลเบื้องหลัง ส่วน Braze พบช่องว่างระหว่างนักการตลาด 93% ที่เชื่อว่า AI เข้าใจลูกค้า กับผู้บริโภคเพียง 53% ที่รู้สึกว่าแบรนด์เดาถูก ทีมควรวัดกำไรส่วนเพิ่มต่อผู้รับเทียบ Holdout และใช้ยกเลิกรับเป็นตัวเตือน
ที่มา: support.apple.com,braze.com
- การโกงรางวัลขยายไปถึงการจ่ายซ้ำกับ Affiliate
Buyapowa (ปรับปรุง ม.ค. 2026) เตือนว่าเว็บแจกโค้ดและ Affiliate ทำให้แบรนด์จ่ายรางวัลให้คนที่จะซื้ออยู่แล้ว และบางครั้งจ่ายซ้ำทั้งรางวัลแนะนำและค่าคอม ทีมข้อมูลควรมีกฎนับที่มาเดียว และหน่วงการจ่ายจนพ้นระยะคืนสินค้า
ที่มา: buyapowa.com
- ลูกค้าเงียบมากขึ้น คนไม่พอใจเลิกซื้อโดยไม่บอก
รายงานแนวโน้มปี 2026 ของ Qualtrics (ต.ค. 2025, 20,000 คน 14 ประเทศ) พบว่า 30% เลิกซื้อเงียบ ๆ และ 29% มีแนวโน้มให้ Feedback ตรงกับแบรนด์น้อยลง ส่วนร้านออนไลน์ 600 แบรนด์ใน Retently ได้อัตราตอบเฉลี่ยแค่ 5.76% ในปี 2025 ทีม CRM ไม่ควรรอ Survey อย่างเดียว ต้องฟังจากแชท รีวิว และพฤติกรรมการซื้อด้วย
ที่มา: qualtrics.com,retently.com
- คะแนนทำนายสำเร็จรูปต้องมีข้อมูลขั้นต่ำ
Klaviyo จะคำนวณความเสี่ยงเลิกซื้อให้ได้เมื่อมีลูกค้าที่ซื้อแล้วอย่างน้อย 500 คน ประวัติการสั่งซื้ออย่างน้อย 180 วัน และมีออเดอร์ใน 30 วันล่าสุด Gartner คาดว่าโครงการ AI ที่ข้อมูลไม่พร้อม 60% จะถูกเลิกภายในปี 2026 ร้านเล็กหรือแบรนด์ที่เพิ่งเริ่มควรตั้งกฎเองไปก่อน และเก็บข้อมูลให้สะอาด
- จากเลือกคนเสี่ยงสุด สู่เลือกคนที่ช่วยได้ (Uplift และ AI decisioning)
Braze ซื้อ OfferFit (มี.ค. 2025, 325 ล้านดอลลาร์) เพื่อใช้ AI เลือกข้อความ เวลา และข้อเสนอรายคน และมีไลบรารีโอเพนซอร์สอย่าง CausalML สำหรับทำ uplift ทีม CRM ควรเปลี่ยนคำถามจาก "ใครจะหาย" เป็น "ใครที่ทักแล้วจะอยู่ต่อ" และเก็บ Holdout ทุกแคมเปญเพื่อให้มีข้อมูลไปสอนโมเดล
ที่มา: martech.org,github.com
- ฐานสมาชิกกลายเป็นสื่อโฆษณาและแหล่งข้อมูล
The 1 มีสมาชิก 21 ล้านรายและได้รางวัลหน่วยธุรกิจ retail media ระดับโลกปี 2026 ส่วน ALL Member มีกว่า 20 ล้านคนและขายพื้นที่โฆษณาในแอปให้แบรนด์สินค้า Lotus's ใช้ LINE Login และ Coupon API ส่งคูปองเฉพาะคน มีผู้ร่วม 60,000+ คน และอัตราใช้คูปอง 25% ทีม CRM ควรมองฐานสมาชิกเป็นข้อมูลสำหรับปรับข้อเสนอรายคน ไม่ใช่แค่รายชื่อส่งโปร
- PromptPay ตัดเงินอัตโนมัติไม่ได้ ต้องแยก flow ตามวิธีจ่าย
PromptPay แบบ QR ให้ลูกค้ากดยืนยันจ่ายเองทุกครั้ง ระบบ subscription อย่าง Stripe รองรับเฉพาะการส่งใบแจ้งหนี้ให้ลูกค้าจ่ายเอง ทีม CRM ควรแยกรายงานลูกค้าที่ลืมจ่ายออกจากคนที่ตั้งใจเลิก ส่ง QR ล่วงหน้า และชวนผูกบัตร หักบัญชี หรือ e-Wallet สำหรับคนที่อยากให้ต่ออัตโนมัติ
- CDP ย้ายเข้าไปอยู่ในคลังข้อมูลของแบรนด์
เดือน มิ.ย. 2026 Databricks เปิดตัว CustomerLake ซึ่งเป็น CDP ที่ใช้ AI agent รวมโปรไฟล์และสร้างแคมเปญบนข้อมูลชุดเดิมโดยไม่ต้องคัดลอก (ยังเป็น Private Preview) ก่อนหน้านั้น Fivetran ซื้อ Census ผู้ทำ Reverse ETL ทีมที่มี Lakehouse อยู่แล้วควรประเมินแบบ Composable ก่อนซื้อ CDP แยก
- ข้อมูลไม่พร้อม โครงการ AI ก็ไปไม่รอด
Gartner คาดว่าจนถึงปี 2026 องค์กรจะล้มเลิกโครงการ AI ราว 60% ที่ข้อมูลไม่พร้อม Databricks จึงรวมการเฝ้าคุณภาพข้อมูลไว้ใน Data quality monitoring ที่ตรวจความสดและความครบของทุกตารางใน schema ควรเปิดใช้กับตารางลูกค้าหลักก่อนต่อ AI agent
- ข้อมูลไม่พร้อม โครงการ AI มักถูกล้มเลิก
Gartner คาดว่าจนถึงปี 2026 องค์กรจะล้มเลิกโครงการ AI ราว 60% ที่ข้อมูลไม่พร้อม และ 63% ขององค์กรไม่มั่นใจในการจัดการข้อมูลสำหรับ AI (สำรวจ ก.ค. 2024) ทีมควรมีเช็กลิสต์ AI-ready data ก่อนต่อ AI agent
ที่มา: freevacy.com
- Databricks ใช้ AI ติดแท็กข้อมูลส่วนบุคคลและเฝ้าคุณภาพทั้ง schema
เอกสาร ก.ย. 2026 ระบุว่า Data Classification ใช้ AI ติดแท็กคอลัมน์ชื่อ เบอร์ อีเมล แล้วผูกนโยบาย mask แบบ ABAC ได้ แต่ยังไม่มีแท็กเลขบัตรประชาชนไทย ส่วน Data quality monitoring (เดิม Lakehouse Monitoring) มี anomaly detection ที่เฝ้าทุกตารางใน schema ทีมควรเปิดใช้และเขียนกฎเพิ่มสำหรับข้อมูลไทย
- Databricks สั่ง job ตามข้อมูลใหม่ และคุม AI agent จากจุดเดียว
Lakeflow Jobs สั่งรันได้เมื่อตารางต้นทางอัปเดต (สูงสุด 10 ตารางต่อ trigger) ส่วน Unity Gateway (เอกสาร ต.ค. 2026) คุมสิทธิ์ ตั้ง guardrails ด้วย service policies จำกัดอัตราเรียก และเก็บ request/response ของโมเดลและ MCP ทีมข้อมูลใช้สองส่วนนี้ทำ automation ที่ตามข้อมูลทันและตรวจย้อนหลังได้
- Agent ล้มเหลวได้ ถ้าไม่วัดคุณค่าตั้งแต่แรก
Gartner คาดว่าโครงการ Agentic AI มากกว่า 40% จะถูกยกเลิกภายในสิ้นปี 2027 เพราะต้นทุนสูง คุณค่าไม่ชัด และคุมความเสี่ยงไม่พอ และเตือนเรื่อง Agent Washing ที่เอาแชตบอตเดิมมาเปลี่ยนชื่อ ทีม CRM ควรตั้ง baseline ก่อนเริ่ม ใช้ชุดทดสอบภาษาไทยของตัวเอง และมีกลุ่ม Holdout ทุกครั้ง
ที่มา: outlookbusiness.com
- Meta ตัดหน้าต่างนับยอดแบบเห็นโฆษณา 7 และ 28 วัน
ตั้งแต่ 12 ม.ค. 2026 Ads Insights API ของ Meta เลิกส่งข้อมูลยอดที่นับจากการเห็นโฆษณาภายใน 7 และ 28 วัน (ประกาศ ต.ค. 2025) และจำกัดข้อมูลย้อนหลังบางฟิลด์ไว้ 13 เดือน ยอดขายที่ Dashboard ดึงจาก API จึงอาจลดลงทั้งที่ยอดจริงเท่าเดิม ทีมควรบันทึกวันที่เปลี่ยนกติกาไว้ใน Dashboard และใช้ยอดขายหลังบ้านของตัวเองเป็นตัวตั้ง
ที่มา: ppc.land
- วัดผลจริงด้วยกลุ่มควบคุมได้ถูกลงกว่าเดิม
Google เปิด Meridian ซึ่งเป็น Marketing Mix Model แบบโอเพนซอร์สให้ทุกคนใช้เมื่อ ม.ค. 2025 และลดงบขั้นต่ำของการทดสอบ Incrementality ใน Google Ads เหลือราว 5,000 ดอลลาร์ (จากเกือบ 100,000 ดอลลาร์) ทีม CRM ไทยทำแบบเดียวกันได้ในช่องทางของตัวเอง โดยกันกลุ่ม Holdout ออกจากแคมเปญ LINE OA หรืออีเมล แล้วเทียบยอดซื้อ
ที่มา: martech.org,ppc.land
- คุกกี้บุคคลที่สามยังอยู่ แต่ไม่ควรพึ่ง
เม.ย. 2025 Google ประกาศว่าจะคงคุกกี้บุคคลที่สามใน Chrome ไว้ และไม่ทำหน้าต่างถามแยก ต่อมา ต.ค. 2025 Google ยุติ Privacy Sandbox ส่วนร่างแนวปฏิบัติการตลาดของ สคส. ครอบคลุมการติดตามออนไลน์ด้วย ทีม CRM ยังต้องมี Cookie Banner ที่ถูกต้อง และควรลงทุนกับข้อมูลที่ลูกค้าให้โดยตรงพร้อม Consent ที่ตรวจย้อนได้
- เครื่องมือเยอะเกินไปทำให้ทีมและ AI ทำงานยาก
Salesforce State of Sales ฉบับที่ 7 (สำรวจ 4,050 คน ส.ค.–ก.ย. 2025) พบว่าทีมขายใช้เครื่องมือแยกกันเฉลี่ย 8 ตัว และ 84% ของทีมที่ยังไม่มีแพลตฟอร์มเดียววางแผนรวมเครื่องมือ (ข้อมูลผู้ขายระบบ) ทีมควรทบทวนเครื่องมือทุกไตรมาส และให้ CRM เป็นที่เก็บข้อมูลหลักก่อนเพิ่ม AI agent
ที่มา: salesforce.com
- ฐานสมาชิกค้าปลีกไทยกลายเป็นสื่อโฆษณา (Retail Media)
CP Axtra ขายสื่อบนแอปและหน้าร้าน Makro กับ Lotus's ที่มีสมาชิกกว่า 22 ล้านคน และ Central Department Store ได้รางวัล Retail Media ระดับโลกปี 2026 จากฐาน The1 21 ล้านคน (ข้อมูลจากบริษัทและผู้จัดรางวัล) ขณะที่ AdExchanger ชี้ว่า Clean Room ถูกฝังในระบบเหล่านี้แล้ว แบรนด์ควรขอผลวัดยอดขายเพิ่มจริงและไม่ส่งข้อมูลดิบให้กัน
- ธปท. เปิดทางให้ลูกค้าส่งต่อข้อมูลการเงินเมื่อยินยอม
ธปท. ออกเกณฑ์ Your Data เมื่อ 30 ต.ค. 2025 ให้ผู้บริโภคส่งข้อมูลเงินฝาก สินเชื่อ และการชำระเงินไปยังผู้ให้บริการรายอื่นได้เมื่อยินยอม เริ่มจากข้อมูลบัญชีเงินฝากภายในปลายปี 2026 แล้วขยายต่อเป็นระยะ ธนาคารและฟินเทคควรเตรียมระบบ consent และ Value Exchange ที่ทำให้ลูกค้าอยากส่งข้อมูลมาให้
ที่มา: bot.or.th
- งบครีเอเตอร์ย้ายจากยอดวิวไปยอดขายที่วัดได้
ข้อมูล IdeasLabs ไตรมาส 1 ปี 2026 ชี้ว่าแบรนด์ไทยลดงบดาราดังแล้วกระจายไป Micro และ Nano หลายคน พร้อมวัดผลผ่านระบบ Affiliate ปี 2024 TikTok Shop รายงานว่ากว่า 70% ของ GMV มาจากครีเอเตอร์ไทย (ข้อมูลผู้ให้บริการ) ขั้นต่อไปคือวัดยอดที่เพิ่มขึ้นจริงและผู้ซื้อใหม่ ไม่ใช่แค่ GMV ที่ระบบนับให้
- GA4 มีช่องทาง AI Assistant ให้วัดผลแล้ว
GA4 มีช่องทาง AI Assistant ใน Default Channel Group สำหรับคนที่คลิกมาจาก ChatGPT, Gemini, Copilot และอื่น ๆ ส่วนคลิกจาก AI Overviews และ AI Mode ยังรวมอยู่ใน Organic Search และในรายงาน Search Console แบบ Web ทีมควรใช้ตัวเลขนี้เป็นค่าต่ำสุด แล้ววัดคู่กับชุดคำถามทดสอบ AI รายเดือน
Social Media
ปลาย ต.ค. 2025 Meta เพิ่มการยืนยันเบอร์ด้วย SMS และอีเมลที่ทำงานในฟอร์ม และเปิด Advantage+ leads ทั่วโลก ซึ่ง Meta รายงานเองว่าต้นทุนต่อ Lead ที่ผ่านเกณฑ์ลดลงเฉลี่ย 10% ส่วนแอด Lead ของ TikTok พาคนไป Instant Form, เว็บ หรือ Direct Message ได้ ทีม CRM ควรเปิดการยืนยันข้อมูล ส่งผลการขายจาก CRM กลับให้แพลตฟอร์ม และวัดที่ต้นทุนต่อลูกค้าจริง
ที่มา: socialsamosa.com,ads.tiktok.com
Meta บอกว่าระบบแนะนำด้วย AI ทำให้คนใช้ Facebook นานขึ้น 5% ในไตรมาส 3/2025 แต่ข้อมูล Socialinsider ปี 2025 พบว่า Engagement ต่อผู้ติดตามของ Facebook ทรงตัวที่ 0.15% Instagram ลดเหลือ 0.48% และยอดวิว Facebook ลดลง 17% ทีม CRM ควรเลิกวัดความสำเร็จจากการโพสต์ถี่ ให้ทำคลิปที่คนใหม่อยากดู ซื้อโฆษณาต่อเฉพาะโพสต์ที่ชนะ และพาคนเข้า LINE OA หรือระบบสมาชิก
ที่มา: medianama.com,socialinsider.io
ผลสำรวจ ม.ธรรมศาสตร์กับ YouGov (ก.พ. 2026) พบว่า 66.9% ดูรีวิววิดีโอบนโซเชียลก่อนซื้อ เทียบกับ 21.9% ที่อ่านรีวิวบน Google ส่วน Google ก็เปิด AI Mode ภาษาไทยเมื่อ 8 ต.ค. 2025 ทีม CRM ควรเอาคำถามจากแชทมาทำคลิปตอบทีละคำถาม ใส่คำค้นในคลิปและแคปชั่น (รายละเอียดดูหัวข้อ AI Search & GEO)
ที่มา: asianews.network,blog.google
AnyMind พบว่าแคมเปญที่ตั้งเป้าเป็นยอดขายหรือคลิกเพิ่มเป็น 42.47% ในปี 2025 และแบรนด์ไทยปี 2026 ลดงบคนดังไปจ้าง Micro/Nano หลายคนที่วัดผลผ่าน Affiliate ตั้งแต่ 23 ต.ค. 2025 ครีเอเตอร์ไทยยังติดสินค้า Shopee ในโพสต์ Facebook และรับค่าคอมฯ ได้ ทีม CRM ควรให้โค้ดหรือลิงก์แยกรายครีเอเตอร์ และวัดว่าใครพาลูกค้าใหม่เข้าสมาชิกได้ (ดูหัวข้อ Creator & Affiliate Marketing)
ที่มา: marketingoops.com,marketingoops.com,fintechnews.sg
Meta เริ่มรวมตัวเลือกความสนใจแบบละเอียดเมื่อ 23 มิ.ย. 2025 และแคมเปญเก่าต้องเปลี่ยนภายใน 15 ม.ค. 2026 (รายงานโดยผู้ให้บริการภายนอก) และตั้งแต่ 16 ธ.ค. 2025 Meta ใช้บทสนทนากับ Meta AI ปรับโฆษณาโดยผู้ใช้ปิดไม่ได้ Segment ของแบรนด์จึงมีค่าในฐานะต้นแบบและกลุ่มยกเว้น ทีมต้องอัปโหลดเฉพาะคนที่ยินยอม
ที่มา: leadenforce.com,theregister.com
ตั้งแต่ ก.ค. 2025 GMV Max เป็นแคมเปญแบบเดียวที่ใช้กับโฆษณา TikTok Shop ได้ แบรนด์ตั้งค่าโฆษณาสินค้าและไลฟ์แบบเดิมไม่ได้แล้ว ทีมวางแผนจึงควรเน้นสิ่งที่ยังคุมได้ คือ ข้อเสนอ ครีเอทีฟ สต็อก และการวัดยอดขายส่วนเพิ่มจากข้อมูลของตัวเอง
ที่มา: ads.tiktok.com
Shopee กับ Meta เปิด Affiliate บน Facebook ในไทยเมื่อ ต.ค. 2025 และขยายไป Instagram เมื่อ ก.ค. 2026 ส่วน TikTok Shop รายงานว่าราว 70% ของ GMV ปี 2024 มาจากครีเอเตอร์ไทย (ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม) ทีม CRM ควรนับค่าคอม Affiliate รวมกับรางวัลแนะนำเพื่อนในต้นทุนเดียวกัน และหาทางดึงผู้ซื้อเข้า LINE OA
ที่มา: fintechnews.sg,ecommercenews.asia,bangkokbiznews.com
ข้อมูล IdeasLabs ไตรมาส 1 ปี 2026 ชี้ว่าแบรนด์ไทยลดงบอินฟลูฯ ใหญ่ ไปใช้ครีเอเตอร์ขนาดเล็กจำนวนมาก และวัดผลผ่านลิงก์ Affiliate แทนยอดวิว ลูกค้าเดิมที่ชอบรีวิวจึงเป็นแหล่งครีเอเตอร์ที่ดี ทีมควรคัดลูกค้าที่รีวิวและแชร์บ่อยมาเชิญเป็นครีเอเตอร์
ที่มา: marketingoops.com
ตั้งแต่ ก.ค. 2025 GMV Max เป็นแคมเปญประเภทเดียวที่ใช้กับโฆษณา TikTok Shop ได้ แบรนด์ปรับเองได้น้อยลง ยอดจากโฆษณาจึงขึ้นกับงบและเป้า ROI ที่ตั้งมากกว่ารายละเอียดการยิงแอด ควรใส่งบโฆษณาที่วางแผนไว้เป็นตัวแปรในโมเดล และติดตามว่ายอดจริงตอบสนองต่องบเปลี่ยนไปหรือไม่
ที่มา: ads.tiktok.com
ตั้งแต่ 23 ต.ค. 2025 ครีเอเตอร์ไทยแท็กสินค้า Shopee ในโพสต์และ Reels บน Facebook แล้วได้ค่าคอม และขยายไป Instagram เมื่อ 3 ก.ค. 2026 ก่อนหน้านั้น YouTube Shopping ก็เปิดโปรแกรม Affiliate กับ Shopee ในไทยตั้งแต่ ต.ค. 2024 แบรนด์จึงมีครีเอเตอร์ให้เลือกมากขึ้นนอก TikTok ทีม CRM ควรติดตามยอดแยกตามแพลตฟอร์มต้นทาง และตกลงสิทธิ์ก่อนนำโพสต์ไปยิงโฆษณาต่อ
ที่มา: fintechnews.sg,ecommercenews.asia,blog.google
วันที่ 10 ก.ย. 2026 สคบ. เซ็น MOU ให้ครีเอเตอร์บอกเจตนาทางการค้า ให้ข้อมูลจริง และไม่ชวนเข้าใจผิด ทั้งในรีวิว ไลฟ์ ลิงก์ขายของ และคอนเทนต์ AI ส่วนร่างแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ยังเป็นร่าง) จะให้ผู้รับจ้างโฆษณารับผิดเหมือนเจ้าของสินค้า แบรนด์ควรใส่ข้อกำหนดเปิดเผยโฆษณาและคำต้องห้ามไว้ในสัญญาและ Brief ทุกฉบับ
ที่มา: thestandard.co,thansettakij.com
ตั้งแต่ 23 ต.ค. 2025 Shopee กับ Meta ทดลองให้ผู้ขายปักสินค้าจาก Shopee ระหว่าง Facebook Live ในไทย แล้วคนดูไปจ่ายเงินบน Shopee แบรนด์ที่มีแฟนเพจเหนียวแน่นใช้ไลฟ์บน Facebook ดูแลลูกค้าเดิมได้อีกครั้ง แต่ต้องวัดผลแยกจาก Shopee Live
ที่มา: fintechnews.sg